ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 25 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 25 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส

ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 25 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส

มิคาอิล อันโตนิโอ ควง เจสซี่ ลินการ์ด ซัดพา เวสต์แฮม เปิดบ้านเอาชนะ สเปอร์ส 2-1 ทำให้ "ขุนค้อน" เฮ 2 เกมติด ขยับแซง เชลซี ขึ้นรั้งอันดับ 4 เก็บได้ 45 คะแนน ด้าน "ไก่เดือยทอง" แพ้ 2 นัดติดต่อกันในลีก อยู่ที่ 9 มี 36 แต้มตามเดิม

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ 25 "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดสนามลอนดอน สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ลงทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. 64


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที เจ้าบ้านมาเบิกสกอร์ได้ก่อน จากจังหวะที่ จาร็อด โบเว่น หยอดบอลเข้าไปหน้าปากประตู แล้วเป็น มิคาอิล อันโตนิโอ เข้าชาร์จจ่อๆ ติดเซฟ อูโก้ โยริส ปัดออกมา ได้ยิงซ้ำอีกครั้งไม่เหลือ พา เวสต์แฮม ออกนำ สเปอร์ส 1-0

นาทีที่ 10 เจ้าถิ่นได้ลุ้น จากการที่ มิคาอิล อันโตนิโอ ฉกบอลจากกลางสนามมาเล่นได้ ก่อนจ่ายให้ เจสซี่ ลินการ์ด พยายามไหลคืนกลับ มิคาอิล อันโตนิโอ แต่ก็แรงหลุดเสาไกลออกหลังไป

ต่อมาในนาทีที่ 13 สเปอร์ส มีโอกาส โดย เอริค ลาเมล่า ลากบอลจากแดนตัวเอง กระชากผ่านด่านผู้เล่นของ เวสต์แฮม ก่อนไหลต่อให้ แฮร์รี่ เคน ได้จับแล้วลองซัดไกล แต่โด่งเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

จากนั้นทั้งสองทีมพยายามต่อบอลเพื่อลุ้นทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดมีจังหวะแบบจะแจ้ง เกมผ่านไปแล้ว 30 นาที เวสต์แฮม ยังนำ สเปอร์ส อยู่ 1-0

นาทีที่ 38 เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เปิดโดย เคร็ก ดอว์สัน โยนย้อยไปถึง แอรอน เครสส์เวลล์ ได้ขึ้นโขก แต่ไปติดเซฟของ อูโก้ โยริส ปัดออกไปได้

ถัดมในนาทีที่ 43 ทีมเยือนทำเกมรุกขึ้นมา ก่อนที่ เซร์คิโอ เรกีลอน จะจ่ายตัดเข้าในให้ เอริค ลาเมล่า ง้างเท้ายิงด้วยซ้าย แต่ไม่ผ่านมือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

นาทีที่ 45+2 สเปอร์ ได้ลุ้น จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก จ่ายบอลให้ แฮร์รี่ เคน ตั้งป้อมซัด แต่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

จากนั้นหมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เวสต์แฮม นำ สเปอร์ส 1-0


ครึ่งเวลาหลัง

กลับมาสู่เกมครึ่งหลัง ในนาทีที่ 47 เจ้าบ้านฉกบอลมาเล่นได้ โดย เจสซี่ ลินการ์ด จะจิ้มให้ ปาโบล ฟอร์นาล ได้ดีดกลับคืนมาที่ เจสซี่ ลินการ์ด อีกครั้ง ก่อนจะพักอก แล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้าย ส่งบอลตุงตาข่าย และเมื่อผู้ตัดสินฟังคำตัดสินจากห้องวีเออาร์แล้ว ได้ยืนยันชัดเจนว่า เป็นประตูของทีม "ขุนค้อน" ทำให้ เวสต์แฮม หนี สเปอร์ส ออกไปเป็น 2-0

นาทีที่ 59 ทีมเยือนได้ลูกฟรีคิกในระยะหวังผล แล้วเป็น แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่ปั่น แต่บอลเฉี่ยวเสาสองออกหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ต่มาในนาทีที่ 62 เวสต์แฮม ทำบอลเสียในแดนกลาง ก่อนที่บอลจะไปเข้าทาง แกเร็ธ เบล ได้ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย แต่ไปเข้าซองของ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

นาทีที่ 64 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม เปิดโดย แกเร็ธ เบล แล้วเป็น ลูคัส มูร่า ที่กระโดดชิงโหม่งสบัด ส่งบอลเสียบเสาแรกเข้าประตูไป ช่วยให้ สเปอร์ส ไล่ตาม เวสต์แฮม มาเป็น 1-2

ถัดมาในนาทีที่ 71 ทีมเยือนได้ลุ้น จากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล หยอดบอลข้ามฟากไปให้ ซน ฮึง-มิน ได้จ่ายหักเข้าไปตรงกลาง แล้วเป็น ลูคัส มูร่า ที่ตั้งป้อมยิง แต่โดนไม่ดี ทำบอลโด่งเหินข้ามคานออกไป

จากนั้นนาทีที่ 73 สเปอร์ส ยังคงบุกต่อเนื่อง ก่อนที่ ลูคัส มูร่า จะไหลบอลให้ แฮร์รี่ เคน ได้กดเน้นๆ ส่งบอลเรียดเฉี่ยวเสาออกหลังไปอีก ชวดได้ประตูตามตีเสมอ

นาทีที่ 79 เป็นจังหวะโต้กลับเร็วของทีมเยือน โดย แกเร็ธ เบล วางบอลขึ้นหน้าให้ แฮร์รี่ เคน ได้จ่ายตัดเข้าใน แต่โดนสกัดออกมาได้ ก่อนจะส่งบอลย้อนคืน แกเร็ธ เบล ง้างเท้ายิงเต็มข้อไปชนคานอย่างจัง สเปอร์ส พลาดโอกาสทองใส่สกอร์

ต่อมาในนาทีที่ 90+2 ทีมเยือนเกือบได้ส้มหล่น จากจังหวะที่ วลาดิเมียร์ คูฟาล สกัดมาโดนเท้าของ ซน ฮึง-มิน แล้วบอลโด่งย้อยไปชนเสาไกลเหลี่ยมนอก สเปอร์ส อดได้ประตู

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ สเปอร์ส 2-1 ทำให้ "ขุนค้อน" เฮ 2 เกมติด ขยับแซง เชลซี ขึ้นรั้งอันดับ 4 เก็บได้ 45 คะแนน ด้าน "ไก่เดือยทอง" แพ้ 2 นัดติดต่อกันในลีก อยู่ที่ 9 มี 36 แต้มตามเดิม


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ระบบ (4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ; วลาดิเมียร์ คูฟาล, อิสซ่า ดิย็อป, เคร็ก ดอว์สัน, แอรอน เครสส์เวลล์ ; โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ ; จาร็อด โบเว่น (ซาอิด เบนราห์ม่า น.65), เจสซี่ ลินการ์ด (มาร์ค โนเบิ้ล น.90+4), ปาโบล ฟอร์นาล (เบน จอห์นสัน น.82) ; มิคาอิล อันโตนิโอ

สเปอร์ส ระบบ (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส ; จาเฟ็ต ทังกังกา (แมตต์ โดเฮอร์ตี้ น.46), ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีลอน (เดเล่ อัลลี่ น.77) ; ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, ต็องกี เอ็นดอมเบเล่ ; ลูคัส มูร่า, เอริค ลาเมล่า (แกเร็ธ เบล น.46), ซน ฮึง-มิน ; แฮร์รี่ เคน


ไฮไลท์การแข่งขัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง