ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 19 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เชลซี

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 19 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เชลซี

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 19 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เชลซี

วิลฟรีด เอ็นดิดี้ กับ เจมส์ แมดดิสัน ทำคนละประตู ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอาชนะ เชลซี 2-0 ทำให้ "จิ้งจอกน้ำเงิน" เก็บชัย 3 เกมติด ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูง ขณะที่ "สิงห์บลูส์" หล่นไปอยู่อันดับ 8 ตาราง มีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ 5 แต้มของ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์เดย์ 19 "จิ้งจอกน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สิงห์บลูส์" เชลซี ลงทำการแข่งขันเวลา 03.15 น. ประจำวันอังคารที่ 19 มกราคม 2564


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมการแข่งขันมาในนาทีที่ 6 เจ้าถิ่นเดินหน้ากดดันอย่างหนักจากจังหวะเตะมุม เจมส์ แมดดิสัน เล่นบอลสั้น ก่อนไหลให้ มาร์ค อัลไบรท์ตัน จ่ายบอลต่อมาให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้จังหวะยิงแต่ไม่โดนบอลก่อนบอลเลยมาถึง วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ได้จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาเข้าประตูไป ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ เชลซี 1-0

นาทีที่ 16 ทิโมธี กาสตานเญ่ ได้จังหวะเลี้ยงบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนพยายามล็อคหลบกองหลังทีมเยือนแล้วไหลบอลต่อมาให้ เจมส์ แมดดิสัน ได้จังหวะยิงไกลจากหน้าเขตโทษ แต่บอลพุ่งชนคานก่อนออกหลังไป

หลังจากนั้นอีก 4 นาที คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ได้บอลก่อนจ่ายให้ รีส เจมส์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลจากทางด้านขวา ก่อนเข้าเขตโทษ แล้วพยายามยิงประตู บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ยังเป็น แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทุบบอลข้ามคานออกไปได้ หลังจากนั้นในจังหวะเตะมุม เมสัน เมาน์ท รับหน้าที่เปิดบอลเข้ามาก่อนเป็นทางฝั่งของ ติอาโก้ ซิลวา ที่สอดขึ้นมาโมห่งแต่ยังไปถูก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทุบบอลออกมาได้

หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างผลัดกันครองบอล แต่ยังไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ เกมดำเนินถึงนาทีที่ 35 สกอร์ของเกมนี้ยังคงเดิมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ เชลซี 1-0

นาทีที่ 38 คริสเตียน พูลิซิช ไปถูก จอนนี่ อีแวนส์ สกัดล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่วีเออาร์จะเช็กจังหวะดังกล่าวว่า เป็นการฟาวล์นอกเขต ทำให้ผู้ตัดสินให้ฟรีคิกกับทางฝั่งทีมเยือนแทน ก่อนเป็น เมสัน เมาน์ท รับหน้าที่ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 41 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้จังหวะวางบอลยาวไปหน้าเขตโทษ ก่อนเป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่พยายามจะโหม่งบอลแต่โดน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กระแทกล้มลงไป ทำให้บอลไปถึง เจมส์ แมดดิสัน ได้จังหวะยิงโล่งๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง เชลซี 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ นำ เชลซี 2-0


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 50 มาร์ค อัลไบรท์ตัน ได้บอลทางด้านขวาก่อนเปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ แล้วเป็น เจมส์ จัสติน ได้ขึ้นโหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 57 เจมส์ แมดดิสัน วางบอลยาวไปให้ เจมี่ วาร์ดี้ ได้บอลทางด้านขวา ก่อนจ่ายบอลทะลุช่องมาให้ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่เติมขึ้นมาได้จังหวะหลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ แล้วได้จังหวะยิง แต่บอลยังไปติดเซฟของ เอดูอาร์ เมนดี้

หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างพยายามต่อบอลเพื่อสร้างสรรค์เกมรุกในการทำโอกาสจบสกอร์ แต่ยังไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ เกมผ่านไปแล้ว 75 นาที ยังเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง เชลซี 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตุเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอาชนะ เชลซี 2-0 ทำให้ "จิ้งจอกน้ำเงิน" เก็บชัย 3 เกมติด ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูง ขณะที่ "สิงห์บลูส์" หล่นไปอยู่อันดับ 8 ของตาราง มีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ 5 แต้ม


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ ระบบ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ; เจมส์ จัสติน, เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, ทิโมธี กาสตานเญ่ ; วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์ ; มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรยร่า น.77), เจมส์ แมดดิสัน (อโยเซ่ เปเรซ น.77), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ; เจมี่ วาร์ดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.88)

เชลซี ระบบ (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ ; รีส เจมส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ ; ไค ฮาแวร์ทซ์ (ฮาคิม ซิเย็ค น.68),มัตเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาน์ท ; คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย (ติโม แวร์เนอร์ น.68), แทมมี่ อับราแฮม, คริสเตียน พูลิซิช


ไฮไลท์การแข่งขัน