
สรุปข่าว
วันนี้(14 ธ.ค. 64)มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษออกรายงานระบุว่า การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 2 เข็ม อาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน
รายงานของออกซ์ฟอร์ดสนับสนุนผลการศึกษาของสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของอังกฤษ (HSA) ที่พบว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 2 เข็มให้ประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันอาการของโรคโควิด-19 จากสายพันธุ์โอไมครอน เมื่อเทียบกับการป้องกันสายพันธุ์เดลตา
นอกจากนี้ รายงานของออกซ์ฟอร์ดยังระบุว่า การพัฒนาวัคซีนเพื่อให้ป้องกันสายพันธุ์โอไมครอน อาจทำให้วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันสายพันธุ์เดลตา
รายงานเตือนว่า มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสมาแล้ว และผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน รวมทั้งการฉีดเข็มกระตุ้นสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว
ล่าสุด นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวยืนยันในวันนี้ว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 รายหนึ่งในอังกฤษได้เสียชีวิตลง หลังติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งถือเป็นการทำลายความเชื่อเดิมที่ว่า ไวรัสโอมิครอนจะไม่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต
ภาพจาก : AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! รมว.สธ. เผยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ XEC ติดง่าย แต่หายไว
- เปิดเทอม! กรมการแพทย์แนะเฝ้าระวังห่วงเด็กเสี่ยงได้รับเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น
- เตือน! เดือนพ.ค. สถานการณ์โควิดจะระบาดสูงสุด ก่อนตามด้วยโรคไข้หวัดใหญ่
- หน้ากากอนามัยไม่ขาดแคลน! เตือนคนขายฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษหนัก
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

