
สรุปข่าว
วันนี้ ( 17 ก.ย. 64 )สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า คณะกรรมการร่วมเพื่อการฉีดวัคซีนและสร้างภูมิคุ้มกัน (เจซีวีไอ) ของอังกฤษ ได้ทำการศึกษาวิจัย เปรียบเทียบผลการตอบสนองของภูมิคุ้มกันและการเกิดผลข้างเคียงในร่างกายเด็ก ระหว่างการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ ทั้งเข็ม 1 และ เข็ม 2 กับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรก แล้วต่อด้วยวัคซีน " mRNA"ชนิดอื่นๆ เพื่อหาสูตรการฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่เหมาะสมที่สุด ซึ่ง หมายถึงก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด ในขณะที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบน้อยที่สุดด้วย
การศึกษาวิจัยที่เรียกว่า “คอม-โควี3”(Com-COV3) นี้ จะเป็นการทดลองเพื่อหาความแตกต่างของผลที่ได้ ระหว่างวัคซีนในระดับโดสที่แตกต่างกัน และวัคซีนโดยผู้ผลิตแตกต่างกัน ในกลุ่มอาสาสมัครอายุระหว่าง 12-16 ปี จำนวน 360 คน โดยผู้เข้าร่วมทดลอง จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนเข็มแรกเหมือนกันทั้งหมด ในขณะที่เข็มที่ 2 ในอีก 8 สัปดาห์ต่อมาจะได้รับวัคซีนที่มีความแตกต่างกัน คือ อาจเป็นไฟเซอร์ เต็มโดส หรือไฟเซอร์ ครึ่งโดส หรือเป็น วัคซีนโนวาแวกซ์ เต็มโดส กับ วัคซีนโมเดอร์นา ครึ่งโดส เพื่อหาความแตกต่างของผลที่ได้ว่า การฉีดเต็ม หรือฉีดไขว้แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ ให้ภูมิคุ้มกันสูง แต่มีผลข้างเคียงต่ำ
นายแมทธิว สเนป นักวิชาการจากกลุ่มวัคซีนออกซ์ฟอร์ด ซึ่ง เป็นผู้นำในการวิจัยครั้งนี้ ชี้ว่า ปัญหาที่ทางเจซีวีไอ เป็นกังวลคือ การเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ที่เป็นผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว ดังนั้นผลที่ได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะช่วยให้เจซีวีไอ สามารถกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในอนาคตได้
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

