ศธ.เสนอเปิดเรียนเทอม 2 เดือนพ.ย. หลังเด็ก 12-18 ปี ฉีดวัคซีนไฟเซอร์

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ศธ.เสนอเปิดเรียนเทอม 2 เดือนพ.ย. หลังเด็ก 12-18 ปี ฉีดวัคซีนไฟเซอร์

ศธ.เสนอเปิดเรียนเทอม 2 เดือนพ.ย. หลังเด็ก 12-18 ปี ฉีดวัคซีนไฟเซอร์

กระทรวงศึกษาธิการ เสนอแนวทางให้เด็ก 12-18 ปี ไปโรงเรียนเทอม 2 ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์

วันนี้ ( 30 ส.ค. 64 )นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุม ศบค.ของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เสนอ 2 ประเด็นให้ ศบค.พิจารณา คือ การเปิดภาคเรียนที่ 2 ของนักเรียนระดับอาชีวศึกษา เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ สอศ. ได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนแล้ว อีกทั้งนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง ปวส. ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนประมาณ 1 ล้านคน ได้รับวัคซีนแล้วส่วนหนึ่งตามสูตรการฉีดวัคซีนสลับขั้วระหว่าง ซิโนแวค และ แอสตร้าเซนเนก้า ขณะที่กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ปลายเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ คาดหวังว่า หากแผนการจัดสรรวัคซีน ไฟเซอร์ ของรัฐบาล จำนวน 30 ล้านโดส ในไตรมาส 4 ปลายเดือนกันยายนนี้ไม่มีอุปสรรค ก็จะทำให้เด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั้งหมด ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ตกหล่น จะเร่งให้เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน ซึ่งหากเป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถเปิดภาคเรียนเทอม 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ ส่วนเด็กเล็กปฐมวัย ถึงระดับประถมศึกษา ยังไม่สามารถให้มาเรียนในโรงเรียนได้ โดยยังใช้การเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ออนแฮนด์ หรือ ออนแอร์ไปก่อน

นอกจากนี้ยังมาการหารือ เรื่องมาตรการโครงการตรียมความพร้อมสถานศึกษานำร่อง จัดการเรียนในรูปแบบโรงเรียนประจำ Sandbox Safety Zone in School ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการในพื้นที่กลุ่มสีแดงเข้ม ซึ่งมาตรการ Sandbox ในโรงเรียนนั้น ได้มีสถานศึกษานำร่องจัดการเรียนไปแล้ว 34 แห่งในโรงเรียนประจำ หรือโรงเรียนกินนอน ซึ่งเท่าที่รับฟังการรายงานข้อมูลยังไม่พบการติดเชื้อเกิดขึ้น จากการดำเนินการมาตรการนี้ ทั้งนี้จากมาตรการ Sandbox Safety Zone in School มีโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง แจ้งความประสงค์จะใช้มาตรการ Sandbox ซึ่งหากจะดำเนินการมาตรการนี้โรงเรียนจะต้องมีหอพักภายในโรงเรียน และ ต้องเป็นการเปิดเรียนในรูปแบบระบบปิดเท่านั้น ไม่มีการปล่อยให้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งการจะเป็นโรงเรียนกินนอนจะต้องขออนุญาตจัดตั้งจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเออกชน (สช.) อย่างถูกต้องด้วย

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง