เช็กข้อมูลที่นี่ รวบรวม 'ระบบขนส่งสาธารณะ' แจ้งงดเดินทาง-ปรับเวลาใหม่

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

เช็กข้อมูลที่นี่ รวบรวม 'ระบบขนส่งสาธารณะ' แจ้งงดเดินทาง-ปรับเวลาใหม่

เช็กข้อมูลที่นี่ รวบรวม 'ระบบขนส่งสาธารณะ' แจ้งงดเดินทาง-ปรับเวลาใหม่

เช็กข้อมูลได้ที่นี่ รวบรวมระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ - สายการบิน ประกาศแจ้งงดเดินทาง-ปรับเวลาให้บริการใหม่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดขั้นสูงสุด อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดที่ไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด

โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา วันนี้ ทางทีมข่าวได้รวบรวมระบบขนส่งโดยสารสาธารณะต่างๆ ที่ได้ออกประกาศเรื่องการเดินทาง ไว้ดังนี้

บขส.ประกาศหยุดเดินรถทุกเส้นทางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.- 2 ส.ค.นี้

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดขั้นสูงสุด อีกทั้งเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 ที่ขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดที่ไม่มีเหตุจำเป็น

ทั้งนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ดังกล่าว บขส. จึงขอแจ้งหยุดให้บริการเดินรถเส้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และภาคใต้ ทุกเส้นทางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ผู้โดยสาร บขส. ที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าเดินทางระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2564 สามารถติดต่อขอคืนตั๋ว หรือเลื่อนการเดินทางได้ จนถึงสิ้นปี 2564 ณ ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ ส่วนผู้โดยสารที่ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถขอคืนเงินค่าตั๋วได้ แต่สามารถแจ้งเลื่อนการเดินทางได้

ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงเวลานี้สามารถติดต่อสอบถามการให้บริการจากผู้ประกอบการรถร่วมฯ (รถตู้, รถร่วมฯ) ได้โดยตรง และในการเดินทางข้ามจังหวัดขอให้ตรวจสอบประกาศ/คำสั่งจังหวัด, มาตรการเข้า-ออก จังหวัด, ข้อมูลสถานการณ์ ฯลฯ จากเว็บไซต์ของ ศบค. หรือของจังหวัด ก่อนการเดินทาง รวมทั้งขอให้ผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัดด้วย

ส่วนของบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ บขส. ยังเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งภาคเหนือ (สายเชียงใหม่,เชียงราย) ภาคอีสาน (สายนครพนม,หนองคาย,อุบลราชธานี) และภาคใต้ (ภูเก็ต, หาดใหญ่,สุไหงโก-ลก) ตั้งแต่เวลา 06.00 -19.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ (จตุจักร) โทร 095-890-1687 , 02-537-8480

กพท.ประกาศห้ามบินในประเทศเข้าออกพื้นที่สีแดงเข้ม เริ่ม 21 ก.ค.นี้ จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดไป หรือมีประกาศอื่นใดเพิ่มเติม

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักเพิ่มขึ้น จนทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหมื่นคน/วัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จึงออกคำสั่งขยายล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็น 13 จังหวัด ซึ่งรวมกรุงเทพฯ และกำหนดพื้นที่ห้ามออกนอกเคหสถานเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ระหว่างเวลา 21.00 น.ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน

ต่อมา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางบินภายในประเทศ (Domestic Flight) ไม่ให้ทำการบินเข้าหรือออกพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) มีผลตั้งแต่ 21 ก.ค.64 ส่งผลต่อสายการบินไม่สามารถทำการบินรับส่งผู้โดยสารได้

- สายการบินไทยแอร์เอเชีย ระงับการให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศชั่วคราว ตั้งแต่ 12 ก.ค.-31 ก.ค. 64 ทั้งนี้สายการบิน มีแผนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 ส.ค. 64 เป็นต้นไป

- สายการบินนกแอร์ ยกเลิกเที่ยวบินที่บินเข้า/ออก สนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ในวันที่ 21-31 ก.ค. 64 โดยสายการบินกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางให้สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว และจะแจ้งให้กับผู้โดยสารทราบอีกครั้ง

- สายการบินไทยสมายล์ หยุดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศทุกเส้นทางเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่ 21 ก.ค.- 3 ส.ค.64 สำหรับเส้นทางภูเก็ต และหาดใหญ่ สายการบินจะเปิดให้บริการจนถึงวันที่ 20 ก.ค. 64 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

- สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยกเลิกการให้บริการบางเที่ยวบินในเส้นทางบินกรุงเทพฯ-สมุย (ไป-กลับ) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 64 เป็นต้นไป รวมทั้งเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการในเส้นทางบินต่าง ๆ ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ -เชียงใหม่ (ไป-กลับ), เส้นทางกรุงเทพฯ - ภูเก็ต (ไป-กลับ), เส้นทางกรุงเทพฯ - สุโขทัย (ไป-กลับ), เส้นทางกรุงเทพฯ - ลำปาง (ไป-กลับ) และเส้นทางกรุงเทพฯ - ตราด (ไป-กลับ) ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 1 สิงหาคมศกนี้ ออกไปเป็นการชั่ว

คราว จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ส่วนเที่ยวบินที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสูงสุด ได้แก่ เที่ยวบินในเส้น ทางกรุงเทพฯ - สมุย (ไป-กลับ) เฉพาะเที่ยวบินที่รองรับผู้โดยสารที่ต่อเครื่องมาจากต่างประเทศ ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน และ

เส้นทางสมุย-ภูเก็ต (ไป-กลับ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการนำร่องเปิดประเทศ (Sandbox) จะให้บริการเฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และ

อาทิตย์ วันละ 1 เที่ยวบิน

- สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ หยุดให้บริการเส้นทางบินในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.-3 ส.ค. 64 โดยสายการบินไทยไลอ้อน แอร์ จะให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2564

- สายการบินไทยเวียตเจ็ท งดบริการเส้นทางบินภายในประเทศชั่วคราว ระหว่าง 21 ก.ค.- 1 ส.ค. 64

ขสมก.จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการไม่เกิน 50% - ปรับเปลี่ยนเวลาวิ่ง เริ่ม 21 ก.ค.นี้

ข้อที่ 6 กำหนดให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามแนวทางที่ ศปก.ศบค. กำหนด โดยจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ที่ใช้บริการไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุผู้โดยสาร สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่าง และการปฏิบัติตามมาตรการ ด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้เพียงพอต่อความจำเป็น และตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.64 เป็นต้นไป

ขสมก. จึงปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการรถโดยสารประจำทาง จากเวลาปกติ เป็นให้บริการ เวลา 05.00 - 21.00 น. (เวลา 21.00 น.คือ เวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

- เพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00 - 08.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ถึงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (16.00 - 21.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 - 10 นาที หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน

- ส่วนให้บริการรถโดยสารวันธรรมดา จำนวน 18,000 - 20,000 เที่ยว วันเสาร์ - วันอาทิตย์ ให้บริการรถโดยสาร จำนวน 16,000 เที่ยว หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 20.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 - 10 นาที

อย่างไรก็ตาม รถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสารให้ผู้ใช้บริการทราบ

รถไฟฟ้าบีทีเอส-บีอาร์ที-สายสีทอง ให้บริการถึง 21.00 น.

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามที่รัฐบาลได้ประกาศในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) และตามประกาศกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เรื่องมาตรการพึงปฏิบัติการจัดการระบบขนส่งทางราง ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 11) ได้ออกมาตรการขอความร่วมมือให้ระบบขนส่งทางรางถือปฏิบัติเพิ่มเติม โดยในปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงเน้นมาตรการการป้องการแพร่ระบาดฯ ในรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีทอง และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อปฏิบัติ ดังนี้

-ผู้โดยสารทุกท่าน ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ใช้บริการ

-ตรวจคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการ อุณหภูมิต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และคัดกรองสุขภาพของเจ้าหน้าที่ ทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่

-จัดจุดบริการแอลกอฮอล์ ทุกทางเข้า-ออกสถานี

-ควบคุมความหนาแน่นของผู้โดยสาร และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 0.50-1 เมตร ขอความร่วมมืองดการพูดคุยภายในขบวนรถ

-เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่น และเช็ดทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้า และจุดสัมผัสร่วม ภายในสถานีทุกชั่วโมง และบริเวณรอบสถานีด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

-จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการแอลกอฮอล์เคลื่อนที่เพิ่มเติม บนชั้นชานชาลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกช่วงเวลา

ขณะนี้รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีทอง และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ได้ปรับเวลาปิดให้บริการเป็นเวลา 21.00 น. ซึ่งผู้โดยสารสามารถเข้าระบบรถไฟฟ้าก่อน 21.00 น. จะมีรถไฟฟ้าส่งถึงปลายทางทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ส่วนเวลาเปิดให้บริการยังคงเดิมตามปกติ

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง รวมถึงอาคารและลานจอดแล้วจรทุกแห่ง แจ้งเปิดให้บริการถึงเวลา 21.00 น.

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้มีมติจำกัดเวลาให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะ โดยหยุดให้บริการ ในช่วงเวลา 21.00-04.00 น. ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT พร้อมให้ความร่วมมือดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป รถไฟฟ้า MRT จะปรับเวลาให้บริการดังนี้

รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน)เวลา 06.00 - 21.00 น. และรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) เวลา 05.30 - 21.00 น. (รถไฟขบวนสุดท้ายถึงสถานีปลายทางเวลา 21.00 น.) จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ผู้โดยสารโปรดตรวจสอบตารางการเดินรถและเวลารถไฟขบวนสุดท้าย ได้จากประกาศภายในสถานีหรือ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / โมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT และเว็บไซต์ www.bemplc.co.th หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 0 2624 5200

ในส่วนของอาคารและลานจอดแล้วจรของ รฟม. จะเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการเป็นตั้งแต่เวลา 05.00 ถึง 21.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาให้บริการของรถไฟฟ้า โดยปัจจุบัน รฟม. มีที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวน 10 สถานี ประกอบด้วย 4 อาคาร และ 10 ลานจอดรถ ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าว สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีหลักสอง (2 อาคาร) ลานจอดแล้วจรสถานีรัชดาภิเษก สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (2 ลาน) สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท

สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (2 ลาน) และสถานีสามย่าน ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง จำนวน 4 สถานี ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ลานจอดแล้วจรสถานีเคหะฯ และที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต จำนวน 2 สถานี ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต

เดินทางเข้า-ออก 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม "ลงทะเบียนเดินทางข้ามจังหวัด"

ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา งดภารกิจการเดินทางออกนอกเคหะสถานโดยไม่จำเป็น ช่วงเวลากลางวันก็จะต้องลดการเดินทางให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยกเว้นแต่การเดินทางจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาหาร ยาหรือเวชภัณฑ์ การเดินทางเพื่อเข้าพบแพทย์และบริการสาธาณสุข การเข้ารักษาพยาบาล และการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรค หรือการปฏิบัติงานที่ไม่สามารถ Work Form Home ได้

ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 13 จังหวัดและคนที่อยู่นอกพื้นที่หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึงด่านตรวจจะต้องดำเนินการต่อไปนี้

หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานในสถานที่ตั้ง ให้ใช้เอกสารรับรองการเดินทางหรือ QR Code เพื่อใช้เดินทางเข้า - ออกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

1. ต้องแสดงหลักฐานการขออนุญาตที่ไปขอจาก ผู้ใหญ่บ้าน กำนันเจ้าพนักงานในพื้นที่

2. ประชาชนที่จะเคลื่อนย้ายเดินทาง ต้องใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ที่ด่านตรวจ

3. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https:/www.covid-19.in.th และแสดงคิวอาร์โคดต่อเจ้าหน้าที่

การรถไฟฯ แจ้งปรับการให้บริการเดินรถฯ

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้เห็นชอบมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล งดเดินทางออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 21.00 - 04.00 น. และให้ระบบขนส่งสาธารณะหยุดให้บริการตั้งแต่เวลา 21.00 - 04.00 น.

การรถไฟฯ จึงขอแจ้งปรับการให้บริการเดินรถให้สอดคล้องกับมติดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 - 25 กรกฎาคม 2564 ดังนี้

งดเดินขบวนรถเชิงพาณิชย์ (รถทางไกล) จำนวน 10 ขบวน ประกอบด้วย

- ขบวน 13/14 กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ

- ขบวน 67/68 กรุงเทพ - อุบลราชธานี – กรุงเทพ

- ขบวน 85/86 กรุงเทพ - นครศรีธรรมราช – กรุงเทพ

- ขบวน 167/168 กรุงเทพ - กันตัง – กรุงเทพ

- ขบวน 133/134 กรุงเทพ - หนองคาย – กรุงเทพ (เริ่มงดเดินวันที่ 12 กรกฎาคม 2564)

งดเดินขบวนรถเชิงสังคม (รถชานเมืองและรถท้องถิ่น) จำนวน 20 ขบวน

ในส่วนขบวนรถที่วิ่งให้บริการได้ปรับสถานีต้นทาง/ปลายทาง และเปลี่ยนเวลาขบวนรถบางขบวน รวม 8 ขบวน ประกอบด้วย

สายเหนือ 2 ขบวน

- ขบวน 109 กรุงเทพ – เชียงใหม่ ออก 06.00 น. ถึง 20.00 น.

- ขบวน 102 เชียงใหม่ - กรุงเทพ ออก 05.30 น. ถึง 20.00 น.

สายใต้ 2 ขบวน

- ขบวน 171 กรุงเทพ - สุไหงโก-ลก เปลี่ยนเป็น กรุงเทพ - ทุ่งสง ออก 05.00 น. ถึง 16.05 น.

- ขบวน 172 สุไหงโกลก - กรุงเทพ เปลี่ยนเป็น ทุ่งสง - กรุงเทพ ออก 06.00 น. ถึง 18.50 น.

สายตะวันออกเฉียงเหนือ

- ขบวน 75 กรุงเทพ - หนองคาย ออก 08.20 น. ถึง 17.30 น.

- ขบวน 76 หนองคาย - กรุงเทพ ออก 07.45 น. ถึง 17.10 น.

- ขบวน135 กรุงเทพ - อุบลราชธานี ออก 06.40 น. ถึง 18.00 น.

- ขบวน 136 อุบลราชธานี - กรุงเทพ ออก 07.00 น. ถึง 18.40 น.

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้คำนึงถึงความเหมาะสมในการให้บริการแก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการดำเนินตามมาตรการของ ศบค. โดยยังคงมีขบวนรถโดยสารขบวนรถเชิงสังคม จำนวน 97 ขบวน ให้บริการแก่ประชาชนได้เพียงพอทุกเส้นทาง ประกอบด้วย สายเหนือ 22 ขบวน สายใต้ 20 ขบวน สายอีสาน 18 ขบวน สายตะวันออก 17 ขบวน สายมหาชัย 16 ขบวน และสายแม่กลอง 4 ขบวน

สำหรับผู้โดยสารที่มีความประสงค์ขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสาร สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเต็มราคาได้ทุกสถานีทั่วประเทศ และสำหรับผู้ที่จองตั๋วผ่านระบบ D-Ticket สามารถทำการยื่นคืนผ่านระบบได้ด้วยตนเอง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง