ผลวิจัยพบฉีด "แอสตร้าเซนเนก้า" ต่อ "โมเดอร์นา" ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ผลวิจัยพบฉีด "แอสตร้าเซนเนก้า" ต่อ "โมเดอร์นา" ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

งานวิจัยจากประเทศสวีเดนซึ่งไปศึกษากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกและกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอย่างโมเดอร์นา พบว่ามีภูมิคุ้มกันเพิ่มสูงขึ้น 115-125 เท่า มากกว่าการฉีดด้วยแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม

งานวิจัยจากประเทศสวีเดนซึ่งไปศึกษากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกและกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอย่างโมเดอร์นา พบว่ามีภูมิคุ้มกันเพิ่มสูงขึ้น 115-125 เท่า มากกว่าการฉีดด้วยแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีงานวิจัยที่เยอรมนีพบว่าการใช้วัคซีน mRNA ฉีดกระตุ้นเข็มที่ 2 ทำให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้นและสามารถรับมือกับโควิดกลายพันธุ์ได้ทุกสายพันธุ์

ผลวิจัยพบฉีด แอสตร้าเซนเนก้า ต่อ โมเดอร์นา ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยาไบโอเทค สวทช. เผยแพร่ผลวิจัยตีพิมพ์ผ่านวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ พบว่า การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยวัคซีนเทคโนโลยี mRNA นั้นกระตุ้นภูมิได้สูงกว่าการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มหลายเท่า และยังสามารถรับมือกับโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์รุนแรงอย่างสายพันธุ์เบต้า หรือ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ได้ด้วย ซึ่งขณะนี้หลายประเทศในยุโรปเริ่มทยอยส่งผลการทดลองออกมา

ผลวิจัยพบฉีด แอสตร้าเซนเนก้า ต่อ โมเดอร์นา ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

โดยผลวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ล่าสุดนี้ เป็นผลการวิจัยจากประเทศสวีเดนที่บุคลากรทางการแพทย์ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มแรก แล้วฉีดกระตุ้น หรือ บูทเข็มที่ 2 ด้วยวัคซีนของโมเดอร์นาผลที่ได้ออกมาพบว่า ภูมิคุ้มกันที่ได้สูงขึ้นมากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มอย่างชัดเจน แต่ทีมวิจัยบอกว่าผลข้างเคียงจากการฉีดเข็มกระตุ้นมีมากกว่าการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า2เข็ม แต่เป็นผลข้างเคียงที่ไม่ได้มากจนน่ากังวล

จุดที่น่าสนใจของข้อมูลชุดนี้คือ แอสตร้าเซเนก้าเข็มที่สอง หลังจากฉีดไปแล้ว การกระตุ้นภูมิคุ้มกันดูเหมือนจะได้ไม่มาก ค่าแอนติบอดีสูงจากก่อนกระตุ้นประมาณ 5 เท่า ขณะที่ หลังกระตุ้นด้วยโมเดอร์นาภูมิพุ่งสูงขึ้นถึง 115-125 เท่า เช่นเดียวกับผลของแอนติบอดีชนิดยับยั้งไวรัส (Nab) ที่กลุ่มที่ได้แอสตร้าเซเนก้า และกระตุ้นด้วยโมเดอร์นา ดีดตัวสูงขึ้นเช่นกัน ระดับที่สูงขึ้นนั้นมากเกินพอที่จะรับมือกับสายพันธุ์รุนแรงอย่างเบต้า หรือ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ได้สบาย

ขณะที่ ระดับของแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มยังต้องลุ้น ทั้งนี้ แม้ยังไม่มีใครสรุปชัดเจนกลไกที่ทำให้การใช้วัคซีนสลับรูปแบบทำให้กระตุ้นภูมิได้ดี แต่ในมุมมองของนักไวรัสวิทยาและทางวิชาการเป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าสามารถทำได้และมีประสิทธิภาพสูง

ผลวิจัยพบฉีด แอสตร้าเซนเนก้า ต่อ โมเดอร์นา ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

ก่อนหน้านี้ มีผลวิจัยการใช้วัคซีนแบบสลับเข็มจากเยอรมนี โดยทีมวิจัยจาก Hannover Medical School ที่แบ่งกลุ่มศึกษาเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเข็มเดียว แอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม และแอสตร้าเซเนก้าต่อด้วยไฟเซอร์ โดยการให้เข็มที่ 2 ทำในวันที่ 73-74 วัน หรือ 10 สัปดาห์หลังเข็มแรก

ทีมวิจัยนำตัวอย่างที่ได้จากอาสาสมัครเหล่านั้น มาตรวจหาภูมิคุ้มกันทั้งในรูปแบบของแอนติบอดียับยั้งไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ เช่น อู่ฮั่น หรือ สายพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์อัลฟ่า หรือ สายพันธุ์อังกฤษสายพันธุ์เบต้า หรือ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์แกมม่า หรือ สายพันธุ์บราซิล แต่ไม่มีสายพันธุ์เดลต้า หรือ สายพันธุ์อินเดีย เนื่องจากช่วงทำการวิจัย เยอรมนียังไม่พบการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า

ผลการศึกษาพบว่าการใช้วัคซีน mRNA เป็นเข็มที่ 2 ต่อจากแอสตร้าเซเนก้า สามารถกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีได้สูงมาก โดยแอนติบอดีชนิดยับยั้งไวรัสในระบบ 2 เข็มต่างชนิด เมื่อทดสอบกับไวรัสกลายพันธุ์ 3 ชนิด ยังสูงเพียงพอในการยับยั้งได้ นอกจากนี้ ข้อมูลของ T cell สอดคล้องกับแอนติบอดีชนิดยับยั้งไวรัส ซึ่งการบูทด้วย mRNA เข็มสองสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวสำหรับกำจัดเซลส์ติดเชื้อได้สูงกว่าการฉีดแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็มอย่างชัดเจน

ผลวิจัยพบฉีด แอสตร้าเซนเนก้า ต่อ โมเดอร์นา ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!

นอกจากนี้ มีผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้วัคซีน mRNA ในกลุ่มผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือคนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หลังจากก่อนหน้านี้ มีความกังวลว่าวัคซีนอาจใช้ไม่ได้ผลดีกับคนกลุ่มนี้ โดยทีมวิจัยของศูนย์การแพทย์ทหารผ่านศึก บรูซ ดับเบิลยู. คาร์เตอร์ ในไมอามี สหรัฐฯ ได้ทำการทดสอบในกลุ่มทหารผ่านศึกที่ป่วยเป็นโรคตับแข็ง และได้รับวัคซีน mRNA อย่างน้อย 1 โดส จำนวน 20,037 คน จับคู่เปรียบเทียบกับคนกลุ่มอื่นๆ อีก 20,037 คน

พบว่า การให้วัคซีนของไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา แก่ผู้ป่วยตับแข็ง สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 64.8 ลดการเข้าโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตหลังติดโควิด-19 ได้ 100% และเมื่อฉีดเข็มที่ 2 จะป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 78.6 แต่สำหรับผู้ที่การทำงานของตับย่ำแย่ลงมาก หรือตับแข็งแบบมีอาการแทรกซ้อน วัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า รายงานยังเน้นย้ำว่า ผู้ป่วยตับแข็งที่ได้รับหรือไม่ได้รับวัคซีน จะมีอัตราการติดเชื้อระดับใกล้เคียงกันในช่วง 28 วันแรก หลังจากได้รับวัคซีนโดสที่ 1 ก่อนที่ประโยชน์ของวัคซีนจะเริ่มแสดงออกมาหลังจากผ่านไป 28 วันแล้ว

ผลวิจัยพบฉีด แอสตร้าเซนเนก้า ต่อ โมเดอร์นา ภูมิขึ้นสูงกว่า 100 เท่า!


ข่าวแนะนำ