นักวิจัยระบุยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ 'โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา' รุนแรงกว่า 'สายพันธุ์เดลต้า'

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

นักวิจัยระบุยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ 'โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา' รุนแรงกว่า 'สายพันธุ์เดลต้า'

นักวิจัยระบุยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ 'โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา' รุนแรงกว่า 'สายพันธุ์เดลต้า'

นักวิจัยด้านไวรัสวิทยายืนยันยังไม่มีข้อมูลใดบ่งชี้ โควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า

วันนี้ (7ก.ค.64) ข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าว news.com.au ของออสเตรเลีย ระบุว่า อังกฤษพบไวรัสโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา หรือ C.37 และมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว 6 คน ทำให้บรรดานักวิจัยแสดงความกังวลว่าโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา อาจแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า หรือ สายพันธุ์อินเดีย และขณะนี้พบการระบาดแล้วกว่า 30 ประเทศ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา ไบโอเทค จากสวทช. ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีข้อมูลใดที่บ่งชี้ว่าโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา หรือ C.37 ซึ่ง พบครั้งแรกในเปรูเมื่อปีที่แล้ว แพร่กระจายได้เร็วกว่า หรือ รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า และไม่มีอะไรน่ากังวลเท่ากับสายพันธุ์เดลต้า โดยเฉพาะเรื่องการหลบหนีภูมิจากวัคซีน โดยงานวิจัยล่าสุดของเปรู หรือ ทีมวิจัยจากสหรัฐฯพบว่าโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดาหนีภูมิจากวัคซีนได้น้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

สำหรับโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดา พบการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม รวมถึงตำแหน่ง G75V, T76I, del247/253, L452Q, F490S, D614G และ T859N ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตำแหน่ง del247/253 เป็นตำแหน่งที่น่ากลัว

ส่วนตำแหน่ง L452Q ไม่เคยเจอมาก่อนและ F490S เป็นตำแหน่งที่น่าสนใจ

รายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า ประมาณร้อยละ 80 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเปรู เป็นสายพันธุ์แลมบ์ดา ซึ่งอัตราการเสียชีวิตสูง คิดเป็น 600 คนต่อประชากร 1 แสนคน เชื้อไวรัสพันธุ์นี้หลักๆ พบในทวีปอเมริกาใต้ อย่างในชิลีพบว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้พบในอัตราส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ เช่นเดียวกับเอกวาดอร์และอาร์เจนตินา ที่กำลังมีการระบาดอย่างรวดเร็ว รวมถึงเอเชีย ก็มีประเทศออสเตรเลียที่ระบุว่า พบเชื้อแลมบ์ดาในประเทศแล้ว

องค์การอนามัยโลก รายงานประจำสัปดาห์ ระบุว่าโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดา ถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ (Variant of Interest) ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern) เป็นสายพันธุ์ที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังจากองค์การอนามัยโลก

โควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ อาจแพร่กระจายเชื้อง่ายกว่าตัวดั้งเดิม และเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดในหลายประเทศ หรือ ในทางทฤษฎี สามารถก่ออาการเจ็บป่วยรุนแรงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม หรือหลีกเลี่ยงแนวทางรักษาและวัคซีนต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า แลมบ์ดา มีความร้ายแรงกว่าสายพันธุ์อื่น หรือสามารถต้านทานวัคซีนหรือวิธีการรักษาต่างๆ และการแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายกว่า ไม่ได้หมายความว่าตัวกลายพันธุ์นั้น จะมีความอันตรายร้ายแรงกว่าตัวดั้งเดิม และแม้วัคซีนของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค อาจมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาประมาณ ร้อยละ 64 แต่ยังคงมีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 90 ในการป้องกันการติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ซึ่งหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจสายพันธุ์แลมบ์ดาให้มากขึ้น



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง