ผู้เชี่ยวชาญหวั่นโควิด-19 ‘สายพันธุ์เดลตา’ จ่อระบาดหนักในสหรัฐฯ

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ผู้เชี่ยวชาญหวั่นโควิด-19 ‘สายพันธุ์เดลตา’ จ่อระบาดหนักในสหรัฐฯ

ผู้เชี่ยวชาญหวั่นโควิด-19 ‘สายพันธุ์เดลตา’ จ่อระบาดหนักในสหรัฐฯ

คณะผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาแสดงความกังวลว่าไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา (Delta) กำลังจะกลายเป็นเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์หลัก ที่แพร่ระบาดทั่วสหรัฐฯ

วันนี้ ( 16 มิ.. 64 )องค์การอนามัยโลก หรือ WHO แถลงว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา หรือที่รู้จักกันในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าบี.1.617.2 (B.1.617.2) ได้แพร่กระจายจากประเทศที่ตรวจพบครั้งแรกอย่างอินเดียไปยังมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สกอตต์ กอตเลียบ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ หรือ FDA กล่าวว่า สายพันธุ์เดลตามีแนวโน้มจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่การระบาดระลอกใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง โดยชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงมากที่สุด

กอตเลียบ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีบีเอส (CBS) ว่า ขณะนี้การติดเชื้อในสหรัฐฯ อยู่ที่ราวร้อยละ 10 และเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกสองสัปดาห์ ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะเห็นการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หมายความว่าสิ่งนี้กำลังจะเข้าควบคุมเรา และอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ก่อนหน้านี้ไม่นาน แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ ชี้ว่า โควิดสายพันธุ์เดลตากลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหราชอาณาจักรด้วยสัดส่วนราวร้อยละ 60 ของกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ แซงหน้าสายพันธุ์บี.1.1.7 (B.1.1.7) หรือสายพันธุ์อัลฟา (Alpha) ที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักระบาดอยู่ในสหราชอาณาจักร แล้ว

ผลการศึกษาเบื้องต้นของสกอตแลนด์ที่เผยแพร่ในวารสารเดอะ แลนเซต (The Lancet) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชี้ว่าสายพันธุ์เดลตาเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับสายพันธุ์บี.1.1.7

สายพันธุ์เดลตาเป็น 1 ใน 6 สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในสหรัฐฯ ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC กำหนดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล” (VoC)

ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์เดลตา เนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม สายพันธุ์เดลตาครองสัดส่วนเพียงร้อยละ 1 ของการจัดลำดับตัวอย่างไวรัสในสหรัฐฯ แต่จนถึงตอนนี้ครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 6 แล้ว


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง