‘หมอธีระ’ ชี้ไทยควรยอมรับคุมโควิดระบาดไม่ได้ แนะเลื่อนเปิดประเทศ

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

‘หมอธีระ’ ชี้ไทยควรยอมรับคุมโควิดระบาดไม่ได้ แนะเลื่อนเปิดประเทศ

‘หมอธีระ’ ชี้ไทยควรยอมรับคุมโควิดระบาดไม่ได้ แนะเลื่อนเปิดประเทศ

หมอธีระระบุไทยควรยอมรับว่าตอนนี้คุมโควิดระบาดไม่ได้ แนะเลื่อนการเปิดประเทศนำเชื้อเข้าบ้าน เร่งจัดหาวัคซีนให้ดีที่สุด

วันนี้ ( 29 .. 64 )รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยระบุข้อความว่า สถานการณ์ทั่วโลกทะลุ 170 ล้านไปแล้ว ในขณะที่อเมริกาก็มียอดติดเชื้อรวมเกิน 34 ล้าน อินเดียแม้จะติดน้อยกว่าสองแสนอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนการตายต่อวันยังสูงมาก ส่วนอาร์เจนติน่าแซงเยอรมันขึ้นเป็นอันดับที่ 9

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 491,864 คน รวมแล้วตอนนี้ 170,108,840 คน ตายเพิ่มอีก 11,585 คน ยอดตายรวม 3,536,770 คน

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังเป็นเช่นเดิม คือ อินเดีย บราซิล อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอเมริกา

อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 22,018 คน รวม 34,021,862 คน ตายเพิ่ม 600 คน ยอดเสียชีวิตรวม 608,935 คน อัตราตาย 1.8%

อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 171,726 คน รวม 27,719,431 คน ตายเพิ่ม 3,563 คน ยอดเสียชีวิตรวม 322,384 คน อัตราตาย 1.2%

บราซิล ติดเพิ่ม 50,495 คน รวม 16,392,657 คน ตายเพิ่มถึง 2,418 คน ยอดเสียชีวิตรวม 459,171 คน อัตราตาย 2.8%

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 11,268 คน ยอดรวม 5,646,897 คน ตายเพิ่ม 107 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,290 คน อัตราตาย 1.9%

ตุรกี ติดเพิ่ม 7,773 คน รวม 5,228,322 คน ตายเพิ่ม 164 คน ยอดเสียชีวิตรวม 47,134 คน อัตราตาย 0.9%

อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี อาร์เจนติน่า และเยอรมัน ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย ชิลี บาห์เรน โบลิเวีย เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ญี่ปุ่น เนปาล และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

ตอนนี้มาเลเซียติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 8,290 คน ตายเพิ่ม 61 คน ยังเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การระบาดยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน ยูเครน เบลารุส และจอร์เจีย ที่ยังหลักพัน

แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ในขณะที่อิหร่านล่าสุดเกินหมื่นไปนิดหน่อย

เกาหลีใต้ ไต้หวัน และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนเวียดนาม ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีนติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

สหราชอาณาจักรนั้น หลังจบระลอกสามไปเมื่อต้นเมษายน มีระยะคงที่อยู่ราว 5 สัปดาห์ ตอนนี้กำลังมีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ล่าสุดเพิ่มเป็น 4,182 คน จากสายพันธุ์ไวรัสที่กลายพันธุ์อย่างสายพันธุ์อินเดีย B.1.617.2 ซึ่งคาดว่าจะแพร่เร็วกว่าเดิมราว 50% ทั้งนี้การแพร่ระบาดก็สอดคล้องกับทั้งเรื่องธรรมชาติของการระบาดที่มีโอกาสปะทุซ้ำ ยิ่งหากมีการคลายล็อค ไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มีการพบปะใกล้ชิด แม้จะมีเรื่องการฉีดวัคซีนไปจำนวนไม่น้อย ก็อาจไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้

ปรากฏการณ์ข้างต้น ไทยเราควรนำมาเตรียมรับมือ เพราะความเชื่อที่ว่า จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังจากระดมฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่เกาะหรือจังหวัด แล้วจะรอดพ้นจากการระบาดนั้น อาจไม่เป็นจริง และหากเป็นเช่นนั้น จะทำให้พื้นที่ต่างๆ เกิดการระบาดหนักได้ รวมถึงแพร่ไปยังจังหวัดใกล้เคียงหรือทั่วประเทศตามมา

สถานการณ์การระบาดของไทยตอนนี้ ต้องยอมรับความจริงว่าควบคุมการระบาดยังไม่ได้ มาตรการต่างๆ ยังไม่เพียงพอครับ

เคยแลกเปลี่ยนไว้หลายครั้งว่า ตามธรรมชาติของการระบาดระลอกสามทั่วโลกเท่าที่เคยติดตามมา หากเราเหมือนเค้า และพยายามควบคุมอย่างเต็มที่ คาดว่าจะลากยาวไปถึงประมาณกลางหรือปลายกรกฎาคม

แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ หากนำความเสี่ยงเข้ามาเพิ่มเติมด้วยการเปิดประเทศตามแผนกล่องทรายที่เคยได้ยินกันมา ไม่ชะลอ ไม่เลื่อน ฉากที่เราอาจเจอในอนาคตคือ การติดเชื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจอย่างมหาศาล และยากจะฟื้นฟู

หัวใจสำคัญ ยังเน้นให้ทำดังนี้

หนึ่ง ขยายศักยภาพระบบการตรวจคัดกรองโรคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำได้มากและต่อเนื่อง

สอง เร่งหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยสูง หลากหลาย และมีจำนวนมากสำหรับประชากรทุกคน รองรับสายพันธุ์ต่างๆ ที่กลายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง mRNA vaccines

สาม เลื่อนแผนการเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวต่างชาติออกไป

สี่ ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายสุขภาพท่องเที่ยวเดินทาง

สำหรับประชาชน ขอให้ป้องกันตัวให้เคร่งครัด รักษาถิ่นฐานบ้านเกิดและที่ทำกินให้ปลอดภัย

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง