บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2

เนปาลวิกฤตหนักโควิด-19 ระบาดรอบสอง ไร้อุปกรณ์ทางการแพทย์ และไม่มีวัคซีนฉีดให้ประชาชน ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางการเมือง

วันนี้ ( 13 .. 64 )เนปาล ประเทศแห่งเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีประชากรประมาณ 30 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ( Least developed country : LDC) ในโลก ไม่มีทางออกทะเลและตั้งอยู่ตรงกลางมีพรมแดนติดกับภาคเหนือของจีนและภาคใต้ของอินเดีย โดยเนปาลพึ่งพาอินเดียสำหรับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ซึ่งรวมทั้งเครื่องไม้เครื่องทางการแพทย์และออกซิเจนเหลว เมื่ออินเดียหยุดส่งออกออกซิเจน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศเลวร้ายลง ทำให้ในขณะนี้ เนปาลต้องดิ้นรนเพื่อหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มาทดแทน


เนปาล เหมือนกับประเทศอื่น ในภูมิภาคเอเชีย ที่สามารถหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 ในรอบแรกได้โดยที่ไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง แต่การระบาดรอบสองกำลังสร้างความเสียหายอย่างหนัก ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ประมาณ 150 คนต่อวัน ในช่วงต้นเดือนเมษายน แต่ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ก็พุ่งเป็นวันละกว่า 9,000 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศ 422,349 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4,252 คน

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเนปาล แถลงว่า อัตราการติดเชื้อรายวันอยู่ที่เกือบ 50% ซึ่งนั่นหมายความว่า ประชาชน 1 ใน 2 คนมีผลตรวจเป็นบวก คือติดเชื้อโควิด ขณะนี้ มีประชาชนประมาณ 80,000 คนกักตัวอยู่ที่บ้าน และเจ้าหน้าที่เตือนว่า จะมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้


ซารา เบย์โซโลว์ เนียนตี ผู้ประสานงานของสหประชาชาติในเนปาล กล่าวว่า ยูเอ็นจัดให้เนปาลอยู่ในอันดับ 9 ใน 10 ประเทศแรก ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายวันสูง ซึ่งในจำนวนประเทศทั้งหมด เนปาลมีประชากรน้อยที่สุด แต่กลับมีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุด ทั้งนี้ เนปาล ซึ่งก็ไม่ต่างจากอินเดีย ประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งในช่วง 2-3 เดือนก่อน หลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงต่ำกว่า 100 คน

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2


ประเทศต้องรีบเร่งกลับสู่สภาพปกติ เพื่อฟื้นฟูผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้การสวมหน้ากากอนามัย, การรักษาสุขอนามัยและการเว้นระยะห่างทางสังคม social distancing ถูกเพิกเฉย ขณะเดียวกัน เนปาลก็เผชิญวิกฤตทางการเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรีเคพี ชาร์มา โอลี ขัดแย้งอย่างหนักกับสมาชิกกบฏภายในพรรคของเขา ต้องยุบสภาในเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว และจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่ศาลฎีกามีคำตัดสินคืนอำนาจรัฐสภาในเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ นอกจากนี้ นายโอลียังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้านและสังคม กรณีการรับมือโควิดของรัฐบาลที่ล้มเหลว แต่ก็มีการประท้วงทั้งจากกลุ่มที่สนับสนุนและต่อต้านนายโอลี ในกรุงกาฐมาณฑุ และหลายพื้นที่ทั่วประเทศ


นายกรัฐมนตรีโอลี แพ้มติไว้วางใจในรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาด


บรรดาผู้เชี่ยวชาญตำหนิการแย่งชิงและความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ไวรัสระบาดรวดเร็วจนเลวร้าย โดย ดร.ราจัน ปันดี หน้าหน้าแพทย์ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลเภรี ในเมืองเนปาลกันจ์ กล่าวว่า นักการเมืองมัวยุ่งอยู่กับการแย่งชิงอำนาจ ความตั้งใจของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่สุขภาพของประชาชน แต่อยู่ที่การรักษาอำนาจ

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2

เมืองเนปาลกันจ์ ใกล้พรมแดนอินเดีย เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเนปาล โดยทุกวันจะมีแรงงานอพยพหลายร้อยคนเดินทางข้ามจากอินเดียกลับประเทศผ่านพรมแดนจุดนี้ ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าหลายคนอาจเป็นพาหะนำไวรัสกลับเข้าประเทศด้วย เนื่องจากความหวาดกลัวการกักตัว หลายคนจึงเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายและมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านตนเอง และมีรายงานเกี่ยวกับผู้ที่เดินทางกลับล้มป่วยจำนวนมาก


ดร.ปันดี กล่าวว่า แต่แรงงานอพยพก็ไม่ควรจะถูกตำหนิว่าเป็นต้นตอการระบาดของไวรัสในรอบสองเพียงฝ่ายเดียว เมื่อสองเดือนก่อน รัฐบาลและฝ่ายค้านจัดการชุมนุมใหญ่ทางการเมืองทั่วประเทศ ประชาชนเองก็ร่วมฉลองเทศกาลสำคัญทางศาสนา และจัดพิธีแต่งงานต่าง ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดระลอกสอง

สถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากขณะนี้ เนปาลระงับโครงการฉีดวัคซีน หลังจากวัคซีนหมดเกลี้ยงประเทศ ก่อนหน้านี้ อินเดียบริจาควัคซีน AstraZeneca ประมาณ 1 ล้านโดส และเนปาลก็ได้รับวัคซีนจากโครงการโคแว็กซ์ของสหประชาชาติ ที่แบ่งปันวัคซีนให้ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ และยังได้จากจีนด้วย

บทเรียนเนปาล!นักการเมืองแย่งชิงอำนาจ ต้นตอโควิดระบาดหนักรอบ 2


เจ้าหน้าที่ในเนปาล กล่าวว่า มีประชาชน 2.1 ล้านคนที่ได้รับวัคซีน และในจำนวนนี้ มีเพียง 400,000 คนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว แต่อินเดียก็ระงับการส่งออกวัคซีนอย่างกะทันหัน เนปาลจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เช่นเดียวกับบังกลาเทศและศรีลังกา จึงต้องหันไปพึ่งจีนและรัสเซีย เพื่อให้ได้วัคซีนตามจำนวนที่ต้องการ


เจ้าหน้าที่ยูเอ็น กล่าวว่า ขณะนี้ เนปาลไม่สามารถหาวัคซีนฉีดให้ประชาชนได้ถึง 20% ของผู้ต้องฉีดวัคซีน เพราะฉะนั้น เนปาลต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้เป็นอันดับแรก จึงเรียกร้องให้ประเทศต่าง ที่สามารถแบ่งปันวัคซีนได้ ช่วยส่งความช่วยเหลือมายังเนปาลทันที



ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง