คกก.วัคซีนฯ เพิ่มกลุ่ม "โรคอ้วน" ฉีดวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

คกก.วัคซีนฯ เพิ่มกลุ่ม "โรคอ้วน" ฉีดวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก

คกก.วัคซีนฯ เพิ่มกลุ่ม โรคอ้วน ฉีดวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติประชุมเพิ่มเติมเรื่องการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ให้กลุ่มเสี่ยงในประเทศไทย โดยเพิ่มกลุ่ม ‘คนอ้วน’ เข้าไปด้วย

วันนี้ (29 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อกำหนดแนวทางเพิ่มเติมในการจัดสรรวัคซีนในประเทศไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุม โดยนายอนุทิน ยืนยันว่า การจัดซื้อวัคซีนจาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า นั้น ยังคงตามแผนอยู่ คือจะมีการจัดส่งมาให้ประเทศไทยในเดือนก.พ. แต่ยังต้องรอกระบวนการขนส่ง เนื่องจากการบินยังไม่สามารถทำได้เหมือนในสถานการณ์ปกติ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะเป็นวันที่เท่าไร แต่ภายในเดือน ก.พ.แน่นอน

ทั้งนี้ ไม่มีการกดดันทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการจัดสรรวัคซีน ยืนยันว่าการจัดสรรวัคซีนนั้นแบ่งตามข้อมูลทางด้านวิชาการ ตามความเห็นของคณะกรมการที่ผ่านการประเมินแล้ว และกลุ่มแรกที่จะได้รับวัคซีนนั่นไม่มีการบังคับ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ระบุว่า คณะกรรมมีการประชุมเพิ่มเติม เรื่องการเพิ่มกลุ่มเสี่ยงเข้าไป คือ "โรคอ้วน" เนื่องจากมีความเสี่ยงที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ มีโอกาสที่จะเสียชีวิต เนื่องจากโควิด-19 ทำให้เพิ่มกลุ่มนี้เข้าไปด้วยโดยไปอยู่ในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว

ทั้งนี้ ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จะมี นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่จะสร้างความเข้าใจให้ข้อมูลกับบุคลากรทางการแพทย์ ก่อนจะให้มีการลงทะเบียนตามความสมัครใจ

สำหรับในส่วนของประชาชน ทั้งกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และจะเพิ่มกลุ่มโรคอ้วน กลุ่มผู้สูงอายุ ด้วย ทางกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับ สสส.ในการให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือนก.พ.เช่นกัน


นอกจากนี้ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบลำดับกลุ่มเป้าหมายตามที่คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญกำหนดแผนการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายใต้คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้กำหนดไว้ 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต รักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน, ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน, ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย

ระยะที่ 2 ช่วงที่มีวัคซีนเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ 》ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่นอกเหนือจากด่านหน้าเจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสซื้อโควิด 19 ผู้ประกอบอาชีพที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก และผู้ที่มีโอกาสสัมผัสผู้เดินทางระหว่างประเทศ

ระยะที่ 3 ช่วงที่วัคซีนมีปริมาณเพียงพอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร และฟื้นฟูให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ฉีดให้กับประชาชนทั่วไป

สำหรับวัคซีนลอตแรกที่คาดว่าจะได้รับจากบริษัทแอสตร้าเซนเนกาในเดือนกุมภาพันธ์ จะเน้นในพื้นที่เสี่ยง กลุ่มเสี่ยง และกิจกรรมเสี่ยง ซึ่งจำนวนและรายชื่อเป้าหมายอยู่ระหว่างการสำรวจ โดยสำนักงานสาธารณสุข

ในขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ เร่งประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชนในพื้นที่ และเตรียมการจัดส่งวัคซีนไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ส่วนวัคซีนของบริษัทซิโนแวค อยู่ระหว่างรอเอกสารข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อขึ้นทะเบียน อย.

ส่วนการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ผ่านโครงการ COVAX Facility อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขและเจรจาต่อรอง และความร่วมมือแบบทวิภาคี ปัจจุบันได้จัดหาวัคซีนจากการตกลงแบบทวิภาคีกับบริษัทแอสตร้าเซนเนกา ที่ได้สั่งจองไว้ 26 ล้านโดส รัฐบาลมีมติสั่งซื้อเพิ่มอีก 35 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส และยังมีการดำเนินการจัดหาวัคซีนจากประเทศจีนเพิ่มเติม 2 ล้านโดส

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง