กาญจนบุรี คลายล็อก โรงแรมและรีสอร์ต เปิดให้บริการปกติ

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

กาญจนบุรี คลายล็อก โรงแรมและรีสอร์ต เปิดให้บริการปกติ

กาญจนบุรี คลายล็อก โรงแรมและรีสอร์ต เปิดให้บริการปกติ

ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี สั่งคลายล็อกให้โรงแรมและรีสอร์ต ที่มีผู้มาพักหรือเช่าแบบระยะยาวเปิดให้บริการได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคที่ชัดเจน มีผลตั้งแต่ 20 ม.ค. 64 เป็นต้นไป

วันนี้ (21 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี เซ็นคำสั่งคลายล็อกธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ต เมื่อวานนี้ (20 ม.ค.) โดยมีเนื้อหาประกาศคำสั่งดังกล่าวระบุว่า

เนื่องจากอาจมีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ต รวมถึงสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกันได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายอย่างมากต่อธุรกิจ หากมีการบังคับใช้โดยเคร่งครัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในอนาคต และเพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่จำเป็นต้องมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผ่านการคัดกรองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขแล้วจะได้มีที่พักแรม

จึงอาศัยอำนาจความในมาตรา 22 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2548 ประกอบกับข้อ 2 และข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 และข้อ 5 ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผศ. ๒๔๘ (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2564

ประกอบกับคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 1/2564 ลงวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงขอยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 203/2564 แล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ผู้ประกอบการที่มีผู้มาพักแรม หรือเช่าที่พักโดยต่อเนื่องระยะยาว ดำเนินการต่อไป ตามควรแก่การระงับการสูญเสียของกิจการ ทั้งนี้ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการและข้อปฏิบัติด้านสุขอนามัยในเรื่องการคัดกรองผู้ติดเชื้อ การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย หรือหลักการของ Social Distancing ที่ชัดเจน

2.เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่พะราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ทั้งนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยไม่มีเหตุอันสมควรจะมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE