"จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" จ่อเปิดตัววัคซีนโควิด ฉีดเพียงเข็มเดียว

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

"จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" จ่อเปิดตัววัคซีนโควิด ฉีดเพียงเข็มเดียว

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จ่อเปิดตัววัคซีนโควิด ฉีดเพียงเข็มเดียว

บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เคลมสรรพคุณวัคซีนโควิด-19 สามารถให้การป้องกันไวรัสได้ด้วยการฉีดเพียงเข็มเดียว

วันนี้ (12 ม.ค.64) ผู้เชี่ยวชาญกำลังจับตาวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ซึ่งทางบริษัทระบุว่าสามารถให้การป้องกันไวรัสโควิด-19 ด้วยการฉีดเพียงโดสเดียว แตกต่างจากวัคซีนของบริษัทอื่นๆ อย่าง วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค, แอสตร้าเซนเนก้า/มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และโมเดอร์นา ล้วนต้องมีการฉีด 2 โดส เพื่อสร้างภูมิต้านทานต่อโควิด-19

ซึ่งการฉีด 2 โดสได้สร้างข้อจำกัดต่อรัฐบาลประเทศต่างๆ ในการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ส่งผลให้บางประเทศพยายามยืดเวลาระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ออกไปให้นานที่สุด เพื่อให้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่ประชากรจำนวนมากที่สุด

ล่าสุด J&J กำลังทดลองวัคซีนดังกล่าวในระยะที่ 3 กับอาสาสมัครจำนวน 45,000 คน และจะมีการเปิดเผยผลการทดลองในปลายเดือนนี้ ซึ่งหากการทดลองประสบความสำเร็จ ทางบริษัทจะทำการผลิตวัคซีนจำนวน 1,000 ล้านโดสในปีนี้ ซึ่งเทคโนโลยีวัคซีนของบริษัท J&J คาดว่าจะคงที่อย่างน้อยสามเดือนที่อุณหภูมิตู้เย็นปกติ ดังนั้นการขนส่งทำได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลในเรื่องอุณหภูมิเก็บรักษาขณะขนส่ง

อย่างไรก็ดี การทดลองทางคลินิกสำหรับวัคซีนต้านโควิด-19 ของ J&J ได้ถูกระงับในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังจากพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งได้ล้มป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

สำหรับบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผู้ผลิตยาของสหรัฐฯ วางแผนเผยแพร่ข้อมูลการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ของตนในช่วงเดือนมกราคม ก่อนเตรียมพร้อมขออนุมัติใช้งานในเดือนกุมภาพันธ์ หากวัคซีนมีประสิทธิภาพมากพอ ซึ่งในวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทลดจำนวนอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกลงจาก 60,000 คน เหลือ 40,000 คน เพื่อเร่งรัดผลลัพธ์ที่มีความเชื่อมโยงกับความเร็วในการติดเชื้อของผู้ร่วมทดลอง

ส่วนเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกตั้งไว้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น คือให้วัคซีนของบริษัทต่างๆ มีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อได้อย่างน้อย 70% ขณะที่ FDA ต้องการอย่างน้อย 50% ซึ่งหมายความว่าต้องมีการติดเชื้ออย่างน้อยสองเท่า กลุ่มในอาสาสมัครที่ได้รับยาหลอกเช่นเดียวกับกลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีน ส่วนองค์การยาแห่งสหภาพยุโรประบุว่าอาจยอมรับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า