ปชช. แห่ เช็คอินระบบ "ไทยชนะ" กว่า 5 ล้านคน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ปชช. แห่ เช็คอินระบบ "ไทยชนะ" กว่า 5 ล้านคน

ปชช. แห่ เช็คอินระบบ ไทยชนะ กว่า 5 ล้านคน

กระทรวงดิจิทัล เผย ยอดคนใช้ ระบบ "ไทยชนะ" กว่า 5 ล้านคน โดยขอให้ประชาชนช่วยประเมินสถานประกอบการหลังใช้บริการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประเมินผ่อนปรนระยะต่อไป

วันนี้ (20 พ.ค.63) ที่ ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงความก้าวหน้า แพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับสถานการณ์โรคโควิด 19

นายพลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการ กระทรวงดิจิทัล ระบุว่า การทำงานของแพลตฟอร์ม ไทยชนะ ยอดสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2563 เป็นต้นมานั้น มีร้านค้าลงทะเบียน 60,853 ร้าน จำนวนผู้ใช้งาน 3,660,081 คน จำนวนการเข้าใช้งาน เช็คอิน 5,562,344 ครั้ง เช็คเอาท์ 4,052,259 ครั้ง และประเมินร้าน 2,617,781 ครั้ง

ร้านค้าจะต้องลงทะเบียนเข้าสู่ระบบไทยชนะ ร้านค้าจะต้องมีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนจากกรมการปกครอง ตัวระบบจะอนุญาตให้ร้านค้าพิมพ์คิวอาร์โค้ดให้ผู้ใช้บริการแสกนเข้าออก ส่วนประชาชนใช้เพียงเบอร์โทรศัพท์ลงทะเบียนในครั้งแรกที่เช็คอิน

ผู้ตรวจราชการ กระทรวงดิจิทัล ยืนยัน ข้อมูลประชาชนเป็นความลับ โดยขอให้ประชาชนประเมินสถานประกอบการในช่วงแรก เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินการผ่อนปรนระยะต่อไป ในกลุ่มกิจการสีเหลือ และสีแดง โดยคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 โดยคะแนนจะช่วยประเมินหากการ์ดตก พบว่า ในส่วนการทำความสะอาดพื้นผิวที่มีคะแนนต่ำ ในกลุ่มร้านทำผม ร้านตัดขนสัตว์

ขณะที่ นพ.เฉวตสรร นามวาท กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุถึงช่องทางแอปพลิเคชั่น "หมอชนะ" มีการดาวน์โหลดกว่า 100,000 ครั้ง สอดรับกับฐานกลางข้อมูลของศบค. ซึ่งเป็นการร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน และ ภาครัฐ โดยมีกระทรวงดิจิตอลฯ เข้ามาดูเรื่องความปลอดภัยของฐานข้อมูล

สำหรับลักษณะเด่นของแอปพลิเคชั่น "หมอชนะ" ประชาชนสามารถสแกนข้อมูลของร้าน หรือ ข้อมูลการเดินทางของแต่ละบุคคล เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลในการเตือนพื้นที่เสี่ยง และนำมาใช้ในการสอบสวนโรค มีการประเมินอาการตนเอง แบ่งตามสีต่างๆ โดยได้มีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของแอปพลิเคชั่นไทยชนะที่ถูกนำมาใช้ในปัจจุบัน

ด้าน นพ.อนันต์ กนกศิลป์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป.สธ. ระบุว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่เก็บฐานข้อมูลดูแลการจัดการสถานพยาบาล 1,400 แห่ง เพื่อเป็นระบบการดูแลสุขภาพแห่งชาติ ในการตรวจสอบ ควบคุมป้องกันโรค ยืนยันผู้ป่วย และวิธีการรักษา ทั้งหมดต้องใช้ฐานข้อมูลเชื่อมโยงกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินทรัพยากรทางสาธารณสุข เพื่อให้เพียงพอ ทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ การดูแลผู้ป่วยรองรับการระบาดรอบ 2

นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า ตอนนี้กรมอนามัย จัดทำคู่มือสุขอนามัยสถานประกอบการ พื้นที่สาธารณะต่างๆ เพื่อให้ประชาชน สถานประกอบการได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว เช่น ที่ผ่านมา ที่ได้มีการเปิดใช้ ในแอปพลิเคชั่น Thaistopcovid อนาคตอาจจะมีการรวมกันของ 3 แพลตฟอร์ม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางในการควบคุมโรค

ขณะที่ นพ.อนุพงศ์ สุจริยกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ระบุว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย กลับมาจากประเทศบาเรน มีอาชีพทำอาหาร ทำให้ ยอดผู้ป่วยยืนยัน สะสม 3,034 ราย โดยมีข่าวดี ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้ายได้31 ราย ทำให้คงเหลือ อยู่ในโรงพยาบาล 90 ราย ทั้งนี้ จะมีประชาชนคนไทยทยอยเดินทางกลับประเทศไทย โดยมาจากประเทศบราซิล และ ประเทศรัสเซีย 400 ราย ซึ่งทั้งหมดจะต้องเข้าสู่ กระบวนการเฝ้าระวังโรค สถานกักกันโรคของรัฐที่จัดเตรียมไว้ให้

อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ 4 หลังมีการผ่อนปรนระยะ 2 มีการเปิดห้าง อยากเห็นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า คำนึงถึงมาตราการสาธารณสุขยังเข้มข้น

ส่วนการรักผู้ป่วยโควิด19 ด้วยพลาสมาหลังจากมีการขอให้คนที่หายดี จากโควิด-19 มาบริจาคภายใน 60 วัน โดยภูมิคุ้มกันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ซึ่งแพทย์ก็ต้องนำไปตรวจสอบวินิจฉัยก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ถึงการใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยว่ามีประสิทธิภาพดีหรือไม่

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand