TNN online "โควิด รีบาวด์" คืออาการอะไร-ใครมีความเสี่ยง? ไทยพบผู้ป่วยแล้ว

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

"โควิด รีบาวด์" คืออาการอะไร-ใครมีความเสี่ยง? ไทยพบผู้ป่วยแล้ว

โควิด รีบาวด์ คืออาการอะไร-ใครมีความเสี่ยง? ไทยพบผู้ป่วยแล้ว

"โควิด รีบาวด์" คืออาการอะไร-ใครมีความเสี่ยง กรมการแพทย์ระบุไทยพบผู้ป่วยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามอาการ ย้ำประชาชนไม่ควรซื้อยาต้านไวรัสรักษาโควิดกินเอง

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวย้ำว่า ประชาชนไม่ควรซื้อยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโควิด-19 มากินเอง เพราะเสี่ยงที่จะเจอยาปลอมและใช้ไม่ถูกต้อง อีกทั้งยาต้านไวรัส ทั้งยาโมลนูพิราเวียร์ แพกซ์โลวิด เป็นยาที่ทั่วโลกใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี จึงยังไม่ได้มีข้อมูลผลกระทบระยะยาวที่ชัดเจน 

กรณี "โจ ไบเดน" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีภาวะ "รีบาวด์" หรือ มีการติดเชื้อซ้ำหลังได้ยาต้านไวรัส ซึ่งไทยก็พบกรณีดังกล่าวในผู้ป่วยสูงอายุ ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ หลังหายป่วย 2 สัปดาห์ก็กลับมามีอาการอีก แต่จะเป็นการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำหรือเป็นภาวะรีบาวน์ อยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล 

สำหรับแนวทางการรักษา หากพบผู้ป่วยที่มีอาการที่เรียกว่ารีบาวน์ ให้ติดตามดูว่าอาการของผู้ป่วย หากมีอาการ อาจจะต้องเก็บตัวอย่าง เพื่อส่งตรวจ RT-PCR อีกครั้ง ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมการแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากแขนงต่างๆ ได้มีการประชุมพิจารณา ถึงแนวทางการรักษาโควิด-19 อย่างต่อเนื่องจนมาสู่แนวทางการรักษากว่า 24 ฉบับที่ได้มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของประเทศ

นพ.สมศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาผู้ป่วยมีเพียงพอและกระจายไปทั่วประเทศ และไม่จำเป็นที่ทุกคนจะได้ยาต้านไวรัสอยู่ที่การพิจารณาของแพทย์ 

นอกจากนั้นหน่วยงานต่างๆ ก็ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถติดต่อแพทย์และรับยาผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งของสำนักการแพทย์กทม. สปสช. และของกรมการแพทย์ ประชาชนที่ป่วยโควิด-19 สามารถลงทะเบียนและรอรับยาได้โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล 



ภาพจาก TNN ONLINE / รอยเตอร์

ข่าวแนะนำ