TNN จับตาประชุม ศบค.ศุกร์นี้ ปรับโซนสีพื้นที่ มาตรการคุมโควิด เงื่อนไขถอดแมสก์

TNN

เกาะติด COVID-19

จับตาประชุม ศบค.ศุกร์นี้ ปรับโซนสีพื้นที่ มาตรการคุมโควิด เงื่อนไขถอดแมสก์

จับตาประชุม ศบค.ศุกร์นี้ ปรับโซนสีพื้นที่ มาตรการคุมโควิด เงื่อนไขถอดแมสก์

เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เผย ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ 17 มิ.ย.นี้ เตรียมพิจารณาปรับพื้นที่สีทั่วประเทศ ผ่อนคลายมาตรการเปิด ผับ บาร์ คาราโอเกะ แนะแนวทางสวมหน้ากากอนามัย ยืนยันยังไม่มีจังหวัดนำร่องประกาศโควิด-19 เป็น "โรคประจำถิ่น" ชี้ ต้องให้ ศบค.อนุมัติก่อน

วันนี้ (12 มิ.ย.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 หรือ ผอ.ศปก.ศบค. เปิดเผยว่า มาตการเดิมในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของไทย กำลังเดินหน้าไปด้วยดี 

ดังนั้น การจะปรับเปลี่ยนมาตรการ จะมีการประชุม ศปก.ศบค.หารือกันอย่างรอบคอบ โดยสัปดาห์หน้า มีการประชุม ศปก.ศบค.ชุดเล็ก พร้อมจะสรุปมาตการต่างๆ นำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายนนี้ ให้พิจารณาเห็นชอบต่อไป  

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเปิดประเทศ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นมา ในส่วนของ ศปก.ศบค.ประเมินแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและดี แต่ยังมีข้อเสนอทุกมิติต่างๆ อีก ที่จะต้องหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ 

โดยจะไล่เรียงตั้งแต่การปรับพื้นที่สีทั่วประเทศ มาตรการการเข้าออกประเทศ มาตรการป้องกันควบคุมโรค ที่จะต้องครอบคลุมในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่จะประเมินหารือกันก่อนที่ทุกหน่วยงานรับข้อสังเกต ข้อคิดเห็นจากที่ประชุม แล้วนำมาพิจารณาหารือกันอีกครั้งในที่ประชุมใหญ่ ศบค.  

พร้อมย้ำว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ จะมีการพิจารณามาตรการ 2 ส่วน คือ มาตรการในภาพรวมที่พบว่าสถานการณ์โควิดค่อนข้างดี ไม่มีปัญหา แต่ยังมีข้อกังวล ติดขัดก็จะแก้ไขเพิ่มเติม และการผ่อนคลายมากขึ้น

เช่น สถานบันเทิง สิ่งไหนที่มีจุดอ่อนต้องเสริมมาตรการเข้าไป นำกลไกลพื้นที่เข้าไปช่วยกันดูแล ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อภาพรวมสถานการณ์ที่ดีขึ้น การขยายพื้นที่หรือผ่อนคลายมากขึ้น ก็จะมีการหยิบหยกมาเสนอในที่ประชุม เช่นเดียวกัน

ส่วนการถอดหน้ากากอนามัย พลเอกสุพจน์ ระบุว่า มีนโยบายชัดเจน ตามที่สังคมรับทราบอยู่แล้วว่า ถ้าสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น อันดับแรกคือ กระทรวงสาธารณสุข มีโรดแมปของการประกาศสู่โรคประจำถิ่นอยู่ ดังนั้นเรื่องหน้ากากอนามัยก็มีแผนชัดเจน และมีขั้นตอนอยู่ 

แต่ทางรัฐบาลโดย ศปก.ก็ยังมีข้อกังวลว่า ที่ผ่านมา มีความปลอดภัย เดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจไปได้ เพราะหน้ากากอนามัย ฉะนั้นการจะผ่อนอย่างไร ก็ต้องมีการพิจารณาค่อนข้างละเอียดรอบคอบ และมีการแนะนำแนวทางในการที่จะถอดหน้ากาก ซึ่งจะหารือในที่ประชุม ศบค.พิจารณาดำเนินการต่อไป 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าว่าคนไทยปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีขึ้นมาก แต่ยังกังวลเรื่องกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะต้องช่วยกัน มีมาตรการป้องกันควบคุมอย่างใกล้ชิด และรับการฉีดวัคซีน เพราะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการป้องกันโรค หน้ากากอนามัยยังเป็นเครื่องมือในการป้องกันในภาพรวมอยู่ ถอดหน้ากากเมื่อจำเป็นเท่านั้น

ที่ผ่านมาก็มีข้อยกเว้นให้อยู่แล้ว โดยถอดเมื่อปลอดภัย เพราะในกฎหมายยังมีข้อกำหนดให้ใส่หน้ากากอนามัยอยู่ ยกเว้นบางกรณี ส่วนภาพรวมเปิดเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี 

พร้อมยังยืนยันว่า ยังไม่มีการประกาศนำร่องพื้นที่ใดให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น เพราะต้องพิจารณาในภาพรวม ซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขและผ่านความเห็นชอบ ของ ศบค.ก่อน.


ภาพจาก TNN ONLINE


ข่าวแนะนำ