
สรุปข่าว
วันนี้( 28 มี.ค.65) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงกรณีการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ 2 ครั้งในระยะเวลา 1 เดือน ว่า การติดเชื้อโควิด-19 ที่ต่างสายพันธุ์กันสามารถติดเชื้อซ้ำได้ เช่น คนที่หายจากโควิดสายพันธุ์เดลต้า ก็สามารถติดสายพันธุ์โอมิครอนซ้ำได้ ส่วนกรณีสายพันธุ์โอมิครอนเหมือนกัน แต่เป็นสายพันธุ์ย่อย เช่น BA.1 กับ BA.2 ยังเป็นความรู้ใหม่ ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกครั้ง ตามหลักแล้วก็มีโอกาส แต่จะ 1 ในแสนหรือ 1 ในล้าน ต้องดูข้อมูลประกอบรวมถึงดูระยะเวลาด้วย
ทั้งนี้ คนที่ติดเชื้อ ซ้ำอาจต้องดูข้อมูลเรื่องความรุนแรงของอาการป่วย ประวัติ ข้อมูลทางระบาดวิทยารวมถึงระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน และระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงก็ใช้ระยะเวลาแตกต่างกัน ด้วยรวมถึงตัองดูผลการตรวจจากห้องปฏิบัติเพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัด
ขณะที่เรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ที่มีการระบุ ยามีไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ นายแพทย์โอภาส ยืนยัน ยามีเพียงพอแต่อาจมีโรงพยาบาลบางแห่งที่สำรองยาไว้น้อย จึงเกิดความขัดข้องในการจ่ายยาให้ผู้ป่วย จึงขอให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งแจ้งประสาน สาธารณสุขจังหวัดในการเบิกยาเพื่อสำรองจ่ายผู้ป่วย ทั้งนี้ยังพบว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการป่วยหรืออาการไม่รุนแรงจึงไม่ขอรับยาฟาวิพิราเวียร์ แต่จะรับยาตามอาการป่วยมากกว่า ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่ยาหลักที่ใช่รักษาผู้ป่วยโควิดยังมียาอีกหลายชนิดที่ใช้ได้
ด้าน นายแพทย์ ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุถึงกรณีโอกาสติดเชื้อโควิดซ้ำ ตามหลักมีความเป็นไปได้ในการติดเชื้อซ้ำ หากเป็นกรณีผู้ป่วยโควิด-19 เคยติดเชื้อโควิคสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ไม่คุ้มครองสายพันธุ์โอมิครอน โดยที่ผ่านมาพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนหนึ่งที่ติดสายพันธุ์เดลต้ามาก่อนและหลังจากนั้นติดเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอน ส่วนคนที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ โอมิครอน ที่ไม่ได้ตรวจสายพันธุ์ย่อย ยังไม่มีข้อมูลว่าผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอน BA.1 จะติดคุ้มครองสายพันธุ์ BA.2 หรือไม่ ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูลในผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในสายพันธุ์ย่อยช่วงแรกๆเพิ่ม ถึงโอกาสติดเชื้อซ้ำ
ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ยังตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าอยู่จำนวนหนึ่งแต่ไม่มาก ซึ่งตอนนี้ก็ยังพบอยู่แต่เป็นจำนวนที่น้อยมาก
ส่วน ค่า CT ของผู้ป่วยติดเชื้อห ากพบว่า เกิน 30 แสดงว่าปริมาณเชื้อน้อย แต่ถ้าค่า CT ต่ำ เช่น พบ ค่า CT19 แสดงว่าปริมาณเชื้อยังเยอะอยู่
ทั้งนี้ ค่าCT คือ CycleTime ค่าการปั่นเชื้อต่อ1รอบ ยิ่งผลตรวจออกมาได้ค่า Ct น้อยๆ แสดงว่ามีเชื้อไวรัสเยอะ เพราะทำแค่ไม่กี่รอบก็สามารถเพิ่มสารพันธุกรรมจนตรวจเจอได้แล้ว หากเป็นจำนวนเชื้อปกติ ปั่นไม่เกิน 30 รอบ ก็เจอเชื้อ หรือเข้าใจง่ายๆ หากค่าCT น้อยเท่ากับเชื้อมาก แต่ถ้าค่าCTมาก เท่ากับเชื้อน้อย
ภาพจาก ผู้สื่อข่าว TNN ช่อง 16
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

