
สรุปข่าว
วันนี้ (8 ก.พ. 65)งานวิจัยจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยูทาห์ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ระบุว่า หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงที่จะประสบกับภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหรือเสียชีวิตระหว่างการตั้งครรภ์มากขึ้นถึง 40% เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ติดเชื้อ
งานวิจัยยังระบุด้วยว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ป่วยหนักมีโอกาสที่จะประสบกับภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์มากขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ตรวจหาเชื้อไม่พบหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้ งานวิจัยฉบับนี้ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (JAMA) ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว
เว็บไซต์ของมาร์เก็ตวอตช์รายงานว่า งานวิจัยดังกล่าวเปิดเผยข้อมูลในประเด็นที่สร้างความวิตกกังวลในช่วงก่อนหน้านี้ โดยทอร์รี่ เมตซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชวิทยาประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยูทาห์และหัวหน้าคณะวิจัยในครั้งนี้เปิดเผยว่า "เราทราบอยู่แล้วว่าผู้ที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่ากลุ่มอื่น" และ "งานวิจัยของเราเป็นฉบับแรก ๆ ที่พบว่า การติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น การมีความดันโลหิตสูง เลือดออกหลังตั้งครรภ์ หรือการติดเชื้ออื่น ๆ "
เมื่อปีที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐได้ประกาศคำเตือนด้านสุขภาพสำหรับหญิงมีครรภ์ โดยแนะนำให้ผู้ที่ตั้งครรภ์, มีน้ำนม หรือพยายามมีบุตรให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19
นอกจากนี้ CDC ยังเปิดเผยว่า หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะคลอดก่อนกำหนด
ภาพจาก : AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

