
สรุปข่าว
วันนี้ (12ม.ค.65) ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana โดยระบุว่า หลังจากที่ติดตามข้อมูลมาสักระยะหนึ่ง ตอนนี้เหมือนจะชัดเจนขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอินเดียว่า โอมิครอนตัวน้อง หรือที่ก่อนหน้านี้เรียกชื่อกันว่า โอมิครอนเวอร์ชันล่องหน (Omicron Stealth) หรือ BA.2 มีแนวโน้มการกระจายตัวเองได้ไวกว่าโอมิครอนรุ่นพี่ หรือ BA.1 ที่มีต้นกำเนิดมาจากแอฟริกาใต้ ตัวเลขของตัวอย่างไวรัสที่ตรวจในหลายประเทศเห็นแนวโน้มแบบเดียวกันคือ ตัวอย่าง BA.1 เริ่มลดลง ขณะที่ BA.2 เริ่มสูงขึ้นชัดเจน
ถึงแม้ว่า BA.2 จะมีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งเหมือน BA.1 แต่ไวรัสตัวนี้มีจุดสำคัญหลายตำแหน่งที่เป็นคุณสมบัติของตัวเอง และที่แตกต่างชัดเจนคือ BA.2 ขาดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในยีนโปรตีนหนามสไปค์ ที่เรียกว่า S gene dropout ( DEL69-70) หรือการตรวจไม่พบยีนหนาม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ตรวจพบโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิมด้วย RT-PCR อย่างรวดเร็ว ทำให้ยากต่อการตรวจวัด จึงเป็นที่มาของคำว่า "ล่องหน" ของชื่อไวรัสตัวนี้ครับ
น่าสนใจว่าไวรัส 2 สายพันธุ์นี้แตกต่างกันไม่มากนัก แต่ถ้า BA.2 วิ่งไวกว่า BA.1 จะทำให้นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 สายพันธุ์ได้ชัดขึ้น ตำแหน่งไหนที่ทำให้ไวรัสวิ่งได้ไว ไม่แน่นะครับโอมิครอนตัวหลักอาจโดนตัวน้องเอาชนะได้ในอีกไม่นานครับ อารมณ์ในอินเดียเหมือนตอนไวรัสตัวพี่ของเดลต้า B.1.617.1 ถูกรุ่นน้องอย่างเดลต้า B.1.617.2 ชนะยังไงไม่รู้ครับ
ข้อมูลจาก ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา
ภาพจาก AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

