TNN online เปิดข้อมูล "โอมิครอน" ติดต่อง่ายรองจากไวรัสหัด แพร่ไปยังผู้อื่นได้ 8-15 คน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

เปิดข้อมูล "โอมิครอน" ติดต่อง่ายรองจากไวรัสหัด แพร่ไปยังผู้อื่นได้ 8-15 คน

เปิดข้อมูล โอมิครอน ติดต่อง่ายรองจากไวรัสหัด แพร่ไปยังผู้อื่นได้ 8-15 คน

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เผยข้อมูล "โอมิครอน" ติดต่อได้ง่ายที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากไวรัสหัด สามารถแพร่ไปยังผู้อื่นอีก 8-15 คน

วันนี้( 6 ม.ค.65) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ชนิด B.1.1.529 หรือ "โอมิครอน"

โดยระบุว่า ปัจจุบัน “โอมิครอน” เป็นไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากไวรัสหัด

R-naught (R0) เป็นค่าคำนวณบ่งชี้ความสามารถในการติดต่อโรคโดยเฉลี่ยอันหมายถึงจำนวนคนที่ผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียวจะแพร่โรคนั้นไปให้ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการคำนวณ "ความสามารถในการแพร่ระบาด" โดยเฉลี่ยของโรค

ไวรัส “หัด” ติดต่อกันได้ง่ายที่สุดในโลก มีค่า R-naught ประมาณ 15-18

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สเปญ 1918 และไวรัสไข้หวัดใหญ่ปัจจุบัน มีค่า R-naught ประมาณ 2-3

ไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ดั้งเดิม “อู่อั้น” มีค่า R-naught ประมาณ 2.5

ไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ “เดลตา” มีค่า R-naught ประมาณ 6.5-8

ไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ “โอมิครอน” มีค่า R-naught ประมาณ 8-15

คือจากผู้ติดเชื้อโอมิครอนหนึ่งรายสามารถแพร่ติดต่อไปยังผู้อื่นอีก 8-15 คน โดยทั้ง 8-15 คน นั้นต้องเป็นผู้ไม่เคยติดเชื้อ และยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน ซึ่งจะหาได้ยากในประเทศไทยเพราะประชากรกว่าร้อยละ 70 ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว และติดเชื้อตามธรรมชาติอีกจำนวนหนึ่ง

ดังนั้นโอกาสที่คนในประเทศไทยทุกคนจะติดเชื้อ“โอมิครอน” พร้อมกันอย่างรวดเร็วจะเป็นไปได้ยากเพราะพวกเราส่วนใหญ่มีภูมิกันแล้วทั้งจากการฉีดวัคซีนและการติดเชื้อตามธรรมชาติ

ร่วมด้วยช่วยกันฉีดวัคซีนเพื่อมิให้ "โอมิครอน" ระบาดไปทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้มีคนป่วยเข้า รพ. ได้ถึงร้อยละ 2-3

วัคซีนที่ฉีดจะเข้าไปจะกระตุ้นเม็ดเลือดขาว B เซลล์ ให้สร้างแอนติบอดี แต่ก็ด้อยประสิทธิ์ภาพในการป้องกันการติดเชื้อประมาณเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ที่ยังควรฉีดเพราะวัคซีนที่ฉีดเข้าไปยังสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาว T เซลล์ ให้ส่งสัญญานไปยังเม็ดเลือดขาวหลายประเภทเข้าทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ทำให้ลดอัตราการเจ็บป่วย รุนแรง และเสียชีวิต นอกจากนี้ยังลดการเพิ่มจำนวนในตัวผู้ติดเชื้อและลดการระบาดระหว่างคนสู่คน เพื่อมิให้เกิดไวรัสกลายพันธุ์มาแทนที่โอมิครอน ให้มันจบที่โอมิครอน

WHO คาดคะเนว่าไวรัสโคโรนา 2019น่าจะยุติลงได้ในปี 2565 นี้ หากมีการฉีดวัคซีน 1-2 เข็ม อย่างน้อยร้อยละ 70 ทุกประเทศ ทั่วโลก






ภาพจาก รอยเตอร์/AFP/ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง