TNN online สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปจีนในยุคหลังโควิด-19 (ตอน 2) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

TNN ONLINE

คอลัมนิสต์

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปจีนในยุคหลังโควิด-19 (ตอน 2) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปจีนในยุคหลังโควิด-19 (ตอน 2) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปจีนในยุคหลังโควิด-19 (ตอน 2) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน

ตอนก่อนเราคุยกันถึงขั้นตอนการขอวีซ่าและเทคนิคการจองตั๋วเครื่องบิน ก็มีพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนสอบถามมาว่า ในกรณีของนักเรียนนักศึกษาไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปศึกษาต่อที่จีน สามารถกระทำได้หรือไม่ และมีขั้นตอนอะไรเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษอย่างไร

ผมขอเรียนว่า การพิจารณาอนุมัติให้นักเรียนและนักศึกษาไทยเดินทางกลับไปศึกษาต่อได้รับไฟเขียวจากระดับนโยบายของจีน แต่ในขั้นตอนปฏิบัติก็อยู่ในดุลยพินิจของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และสถาบันการศึกษาในจีน ผู้ประสงค์จะเดินทางจึงต้องแสดงความจำนงกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และการรอตอบรับจากสถาบันการศึกษาของจีน ซึ่งใช้เวลาอยู่พอควร

ผมจึงขอแนะนำให้ประสานขอคำแนะนำในรายละเอียดจากสมาคมนักเรียนไทย-จีน (Thai-Chinese Students Association) ที่มุ่งมั่นทำงานและปลุกปั้นเรื่องนี้อย่างไม่ย่อท้อ กอปรกับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน จนทำให้ความฝันที่อยากเห็น “เด็กนักเรียนไทยกลับจีน” นี้เกิดเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด

ตัวแทนของสมาคมฯ บางส่วนสะท้อนถึงความปรารถนาของนักศึกษาไทยว่า โดยที่โควิดได้ล่วงเลยมากว่า 2 ปี นักศึกษาไทยจึงไม่ต้องการเพียง “จบการศึกษาแบบออนไลน์” บางคนเรียนจนใกล้จะจบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับเพื่อนร่วมรุ่น และไม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสอาจารย์ชั้นนำแบบตัวเป็นๆ เลย 

สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทยกับเพื่อนร่วมรุ่นและสถาบันขาดหายไป ประการสำคัญ ในบางโปรแกรม การไม่ได้ไปเรียนในจีน ก็ทำให้นักศึกษาที่เกี่ยวข้องพลาดโอกาสในการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ หรือผ่านประสบการณ์การดูงานและฝึกงานในจีน 

หลังจากได้รับทราบการขอวีซ่าและการจองตั๋วเครื่องบินไปแล้ว วันนี้ผมจะพาไปรับรู้ถึงขั้นตอนพิธีการเมื่อเดินทางถึงสนามบินปลายทางว่าเป็นเช่นไร ซึ่งก็มีหลายส่วนที่ผู้จะเดินทางเข้าจีนควรรับรู้ล่วงหน้า...

เมื่อเดินทางถึงจีน ขั้นตอนการกำกับควบคุมจะเข้มขึ้นจนผู้โดยสารรู้สึกได้ โดยแต่ละขั้นตอนดูจะใช้เวลามากกว่าปกติ ตั้งแต่การออกจากเครื่องบินที่มีลำดับขั้นตอนมากขึ้น แต่โชคดีที่ถูกจัดระเบียบไว้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่วุ่นวายแม้กระทั่งสำหรับผู้โดยสารที่ต้องเจอประสบการณ์นี้ในครั้งแรก

เมื่อเดินออกจากเครื่องบินเพื่อเข้าตัวอาคารสนามบิน จะมีช่องทางเดินที่กำหนดไว้ โดยมีป้ายบอกทางและเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินที่ใส่ชุด PPE พร้อมหน้ากากอนามัยประจำ ยืนแจกเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้โดยสารสวมอีกชั้นหนึ่ง อาทิ หน้ากาก N95 และถุงมือยาง และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตัวผู้โดยสาร และกระเป๋าสัมภาระติดตัวแบบแทบเปียกจนรู้สึกได้ถึงความเย็นเลย 

ระหว่างทางเดินก็สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ในชุด PPE ยืนกำกับขบวนผู้โดยสารอยู่เป็นระยะ โดย ผู้โดยสารที่เดินออกจากเครื่องทีหลัง ก็ได้รับคำแนะนำให้เดินตามกันไป อย่าแซงกันโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ ในระหว่างทางเดินก็มีห้องน้ำเป็นระยะ ซึ่งผู้โดยสารสามารถแวะทำธุระส่วนตัวได้ตามสบาย

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปจีนในยุคหลังโควิด-19 (ตอน 2) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

จุดจอดแรกก็ได้แก่ พื้นที่ตรวจ RT-PCR โดยผู้โดยสารต้องตรวจเชื้อเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งที่สนามบิน ซึ่งมีขั้นตอนค่อนข้างมาก เริ่มจากผู้เดินทางเข้าประเทศต้องลงทะเบียนยินยอมให้ตรวจ RT-PCR ผ่านตู้ลงทะเบียนอัตโนมัติ 

หลังจากเสียบหน้าหนังสือเดินทางเข้าไปในเครื่อง ระบบจะให้ผู้เดินทางเข้าประเทศกรอกข้อมูลผ่านหน้าจอแบบสัมผัส ซึ่งมีให้เลือกหลายภาษา อาทิ จีน อังกฤษ และไทย เพื่อยืนยันข้อมูลส่วนตัว ระบุวัตถุประสงค์ของการเข้าประเทศ และอื่นๆ พร้อมลงชื่อยินยอมให้ตรวจเชื้อโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนสแตนบายด์ให้คำแนะนำ

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อย ระบบจะตีพิมพ์กระดาษออกมาเป็น QR Code เพื่อให้ผู้เดินทางเข้าประเทศไปเข้าคิว ณ จุดตรวจ RT-PCR ซึ่งเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนจะให้เรายื่น QR Code ที่ได้รับมาให้เจ้าหน้าที่สแกนก่อนการตรวจ และเก็บไว้แสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต่อไป

มีบางคนตั้งคำถามสงสัยว่า ถ้าเราไม่ยินยอมให้ตรวจเชื้อ จะเกิดอะไรขึ้น แม้จะไม่มีใครกล้าถาม แต่ก็พออนุมานได้ว่า ผู้โดยสารคนนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ถูกกักตัวในทันที และถูกส่งกลับในเที่ยวบินถัดไป 

จุดจอดที่ 2 เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งผู้ประสงค์เดินทางเข้าจีนต้องกรอกเอกสารขาเข้าประเทศ เที่ยวบิน วันที่ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และบุคคลที่ติดต่อได้ในจีน หลังจากนั้น ทุกคนก็เดินเข้าคิวรอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์บางคนแจ้งว่า เจ้าหน้าที่อาจสอบถามอยู่บ้าง อาทิ มาทำอะไร และเคยเดินทางไปประเทศอื่นในรอบ 2 เดือนก่อนหน้านี้หรือไม่ 

หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋าสัมภาระแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยเดินทางผ่านสนามบินนั้นๆ ขอให้สังเกตป้ายบอกทาง หรือเกาะกลุ่มเดินตามผู้โดยสารคนอื่นๆ เพราะในช่วงเวลานี้มีจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการน้อยกว่าปกติ ทำให้สนามบินจะดูใหญ่และเงียบมาก

อย่างไรก็ดี ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุขจะมาแบ่งแยกผู้โดยสารออกเป็นกลุ่ม จำแนกตามพื้นที่ที่ผู้โดยสารลงทะเบียนไว้ เช่น แต่ละกลุ่มมีจำนวนราว 14 คน 

หลังจากนั้น ผู้โดยสารก็จะเดินทางต่อไปยังสถานที่กักตัว ซึ่งเป็นโรงแรมกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine Hotel) โดยรถตู้หรือรถบัสตามขนาดของกลุ่มผู้โดยสารที่จัดเตรียมไว้ โดยไม่สามารถเลือกสถานที่กักตัวได้ 

และเนื่องจากรถโดยสารกำหนดจำนวนบุคคลในแต่ละคันเอาไว้ ดังนั้น หากเราผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองออกมาก่อน ก็อาจต้องรอผู้โดยสารคนอื่นมาให้เต็มจำนวน ขณะเดียวกัน สนามบินส่วนใหญ่ก็อาจอยู่ห่างจากโรงแรมกักตัว ทำให้บางคนอาจใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงกว่าจะถึงโรงแรมกักตัว ผมจึงแนะนำว่า ก่อนออกจากสนามบิน ผู้โดยสารควรแวะเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน เผื่อขึ้นรถแล้วจะได้หลับพักผ่อนได้อีกหนึ่งตื่น 

ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งบอกว่า ตอนเดินออกจากตัวสนามบินเพื่อขึ้นรถ ก็มีความรู้สึกพิเศษอย่างบอกไม่ถูก แม้อากาศยังหนาวเย็นอยู่ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ และได้แต่บอกกับตนเองว่า “ฉันกลับมาแล้ว” 

นอกจากนี้ จากข้อมูลการให้สัมภาษณ์ระบุว่า หลังจากรถเริ่มเคลื่อนตัว หลายคนก็จะเริ่มตื่นขึ้นและมองวิวทิวทัศน์ข้างทางไปตลอด แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นกับสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ๆ ในช่วงที่ห่างหายไป หลายคนรู้สึกราวกับว่าไปเมืองนั้นครั้งแรกก็ไม่ปาน ทั้งที่ หลายคนก็เคยทำงานหรือเรียนอยู่ที่เมืองเหล่านั้นมาก่อน

ใกล้จะถึงโรงแรมกักตัวแล้ว แต่พื้นที่หน้ากระดาษผมหมดซะก่อน คราวหน้าเราจะไปเจาะลึกสภาพโรงแรมกักตัวที่ทุกคนรอคอยกันครับ ...

ภาพจาก : AFP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง