TNN รอด ไม่รอด ! อนาคตค่ายรถสหรัฐฯ ในจีน I การตลาดเงินล้าน

TNN

รายการ TNN

รอด ไม่รอด ! อนาคตค่ายรถสหรัฐฯ ในจีน I การตลาดเงินล้าน

นักวิเคราะห์ยานยนต์แนะ 3 ผู้ผลิตรายใหญ่จากดีทรอยต์ General Motors, Ford Motor และ Stellantis ควรออกจากจีนโดยเร็ว

นักวิเคราะห์ยานยนต์ชั้นนำจาก Bank of America เตือนไปยังผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากดีทรอยต์ 3 ราย ที่เรียกว่า D3 (ดีทรอยต์ ทรี) หรือ Big Three ได้แก่ General Motors, Ford Motor และ Stellantis ว่า ควรออกจากตลาดจีนโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้และกลับไปมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักของตนเอง ซึ่งไม่ใช่ในตลาดจีน

ทั้งบอกอีกว่า อาจเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจ แต่บริษัทต่าง ๆ ควรมุ่งไปที่การสร้างผลกำไรอย่างที่เคยทำได้ในระดับสูงสุดจากธุรกิจเดิม โดยหันไปเน้นการผลิตรถกระบะที่มีกำไรสูงในตลาดอเมริกาเหนือ เพื่อนำกำไรไปลงทุนใน อีวี ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น 

ซีเอ็นบีซี ระบุว่า คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันอันหนักหน่วง ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน ก็กำลังเพิ่มการผลิตรถยนต์อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้อนตลาดในประเทศ และส่งออกไปทั่วโลก 

ด้าน รอยเตอร์ส บอกว่า เป็นการเตือนเพื่อให้ยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ราย รักษาเงินทุนไว้ในช่วงที่ความต้องการของผู้คนกำลังเปลี่ยนไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง

ทั้งนี้ จีน เคยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ General Motors หรือ จีเอ็ม มานานมากกว่าทศวรรษ และ ในช่วงปี 2014 - 2018 จีเอ็ม เคยทำรายได้สูงสุดต่อปี กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ และมียอดขายรถยนต์ในจีน ถึง 4 ล้านคัน แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน นั่นก็คือการผงาดขึ้นมาของผู้ผลิตรถยนต์ในจีน อย่าง BYD และ Geely ที่กลายมาเป็นแรงกดดันสำคัญ

อีกทั้ง ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ของทั้ง BYD และ Geely ก็ทำให้ยอดขายและผลกำไรของ จีเอ็ม ในจีน ลดลงเหลือ 2.1 ล้านคันในปี 2023 และไตรมาสแรก ของปี 2024 ที่ผ่านมาก็มีผลประกอบการขาดทุนถึง 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นการขาดทุน รายไตรมาส เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 15 ปีของ จีเอ็ม ในจีน

การขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกเกิดขึ้น ในไตรมาสแรก ของปี 2020 เนื่องจากการระบาดของโควิด 19 ซึ่งขาดทุนสูงถึง 167 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครั้งต่อมาคือ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 ที่ขาดทุนไป 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

ด้านส่วนแบ่งการตลาดของ จีเอ็ม ในจีน ก็ลดลงต่อเนื่อง จากประมาณร้อยละ 15 ในช่วงปี 2014 - 2015 เหลือร้อยละ 8.6 เมื่อปี 2023 ซึ่งถือเป็นปีแรกที่ส่วนแบ่งตลาดของจีเอ็ม ลดลงต่ำกว่าร้อยละ 9 

ข่าวแนะนำ