อุทยานฯหมู่เกาะลันตา สั่งปิด 3 เกาะ หลังพบ "แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส"

Share on Line Share on Facebook Share on X
อุทยานฯหมู่เกาะลันตา สั่งปิด 3 เกาะ หลังพบ "แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส"

ประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา - Mu Ko Lanta National Park ประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เรื่อง ปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง เป็นการชั่วคราว

ด้วยวันที่ (10 มิถุนายน 2569) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ ว่าพบแมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส (Physalia physalis) ซึ่งมีพิษร้ายแรง กระจายเต็มพื้นที่โดยรอบของชายหาด บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงขอประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

สรุปข่าว

ประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เรื่อง ปิดแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง เป็นการชั่วคราว เหตุพบแมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส

ประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา - Mu Ko Lanta National Park ประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เรื่อง ปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง เป็นการชั่วคราว

ด้วยวันที่ (10 มิถุนายน 2569) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ ว่าพบแมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส (Physalia physalis) ซึ่งมีพิษร้ายแรง กระจายเต็มพื้นที่โดยรอบของชายหาด บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงขอประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (แหลมโตนด) เกาะตุกนลิมา (เกาะห้า) และเกาะไหง ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

เตือนห้ามสัมผัสเด็ดขาด

แมงกะพรุนชนิดนี้มีพิษรุนแรง แม้ตัวจะตายแล้วก็ยังสามารถปล่อยพิษได้ หากสัมผัสอาจทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ผื่นไหม้ หายใจลำบาก หรือหมดสติได้
- ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด
- ไม่ควรเก็บขึ้นมาถ่ายภาพหรือเล่น
- หากพบเห็น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
- ควรสวมรองเท้าขณะเดินชายหาด และหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในบริเวณที่พบการแจ้งเตือน

ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลเด็ดขาด ต้องใช้ความระมัดระวัง และใส่รองเท้าตลอดขณะเดินหน้าหาด บริเวณหาดหินห้ามลงเด็ดขาด เนื่องจากเป็นจุดที่พบแมงกระพรุนที่มีพิษเป็นจำนวนมาก หากขึ้นบริเวณประภาคารต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ภาพจาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา - Mu Ko Lanta National Park

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน “แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส” 

โรงพยาบาลซานเปาโลหัวหิน แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

- ใช้วัสดุแข็ง เช่น กระดาษ บัตร ไม้เขี่ยหนวดออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยห้ามใช้มือสัมผัสโดยตรง

- ห้ามนวด ถูหรือทายาใดๆบริเวณที่โดนสายแมงกะพรุนถึงแม้ว่าอาจมองไม่เห็นว่ามีหนวดแมงกะพรุนหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะมีถุงพิษเล็กจํานวนมากอยู่บนบริเวณผิวหนังโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งถุงพิษเหล่านี้จะถูกกระตุ้นเมื่อมีแรงกดทับที่ผิวบริเวณนั้น ทําให้เกิดการยิงเข็มพิษเข้าสู่ร่างกาย และทําให้เกิดอาการมากขึ้น

- ราดผ่านด้วยน้ำทะเล เพื่อให้หนวดที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุด ห้ามใช้น้ำจืด ล้างโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะกระตุ้นกระเปาะพิษให้เพิ่มมากขึ้น

- ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ยาชาชนิดพ่นในการลดอาการปวด เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องถูนวดบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน ในกรณีที่ไม่มียาชาชนิดพ่น ใช้น้ำแข็งประคบเบาๆเพื่อลดอาการปวด

- ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น เริ่มรู้สึกหายใจลําบาก หรือเริ่มหมดสติให้รีบนําตัวส่งโรงพยาบาล

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ

แท็กบทความ

เกาะลันตา
แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส
แมงกะพรุนทะเลใต้
ปิดเกาะ