
สรุปข่าว
วันนี้ (17 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเสือโคร่งสายพันธุ์ไซบีเรีย ซึ่งเป็นของกลางที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยึดจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี ทยอยป่วยตายรวม 86 ตัว ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2559
โดยเมื่อวานนี้ นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดี กรมอุทยานฯ แถลงถึงเรื่องดังกล่าวว่า เสือโคร่งส่วนใหญ่มีภาวะเครียดเนื่องจากการขนย้ายและเปลี่ยนสถานที่ ซึ่งต่อมาพบปัญหาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ มีอาการหายใจเสียงดังเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียง ทำให้การหายใจเข้า-ออกลำบาก เมื่ออาการหนักมากขึ้นจะไม่กินอาหาร ชักเกร็ง และตายในที่สุด

จากการตรวจสอบเสือที่ตายพบการติดเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัข และสัตว์ป่าหลายชนิด รวมทั้งเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มี ยารักษาเป็นการเฉพาะ ทำได้เพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น การให้ยาปฏิชีวนะ ลดอาการอักเสบ ลดไข้ รักษาอาการภูมิแพ้ บางตัวที่มีอาการหายใจเสียงดังมาก สัตวแพทย์จะผ่าตัด แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดอาการของโรคที่แน่ชัด
โดยจากการส่งซากเสือโคร่งไปตรวจที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสัตวแพทย์จากซาฟารีเวิลด์ พบว่าเกิดจากอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียงและเป็นสาเหตุของการตาย แต่ทั้ง 2 สถานีเพาะเลี้ยงอยู่ห่างกัน แสดงว่าเสือมีการติดเชื้อมาก่อน ทั้งนี้ เสือดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ไซบีเรียแตกต่างจากเสือในประเทศไทยที่เป็นสายพันธุ์อินโด-ไชนีส จึงไม่สามารถปล่อยสู่ธรรมชาติได้

ขณะที่ นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าวว่า ด้านมาตรการดูแลสุขภาพเสือโคร่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 2 แห่ง ได้ประสานกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เก็บอุจจาระและตัวอย่างเลือดตรวจสอบ ติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่น และสัตว์อพยพ เมื่อทราบผลจะพิจารณาให้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดสุนัขตามขั้นตอน และมีการติดตามผลเป็นระยะ ส่วนเสือที่มีอาการป่วยหนักอาจพิจารณาผ่าตัดเป็นรายกรณี
นอกจากนี้ จะควบคุมให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวอนามัยภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 2 แห่งอย่างเข้มงวด พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาในระหว่างการตรวจยึด พบว่าเสือวัดหลวงตามหาบัวมีการตายอยู่แล้วจากภาวะเลือดชิด โดยพบเสือลูกกรอกที่ดองไว้ และหนังเสือจำนวนมาก เสือเดิมที่อยู่ในสถานีไม่มีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น แต่เสือจากวัดทั้ง 2 สถานีมีอาการเหมือนกัน ทั้งที่สถานีอยู่ห่างกัน ดังนั้นปัญหาพันธุกรรมจึงเป็นสาเหตุสำคัญ

นอกจากนี้ นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝ่ายปกครอง นายอำเภอจอมบึง, ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี, เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจอมบึง ทีมสัตว์แพทย์อำเภอจอมบึง เข้าตรวจสอบเสือโคร่งของกลางจากวัดป่าหลวงตาบัว ที่ป่วยและทยอยล้มตาย ยืนยันเสือทุกตัวที่ล้มตาย เกิดจากโรคเดียวกัน ส่วนซากเสือทั้งหมดเจ้าหน้าที่แยกชิ้นส่วนใส่บรรจุไว้ในถัง และแช่น้ำยาฟอร์มาลีน ยาฆ่าเชื้อ จากนั้นนำไปฝังไว้ในดินมีความลึก 3 เมตร
ด้าน พระวิสุทธิสารเถร หรือ เจ้าคุณหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตามหาบัว จังหวัดกาญจนบุรี ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบซากเสือว่ามีการแอบนำไปขายหรือไม่ รวมถึงเขี้ยวเสือ ที่เป็นที่ต้องการในตลาดนักสะสมเครื่องรางของขลัง และตัดพ้อหากเสือของกลางยังอยู่ที่วัดน่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีและวัดเจริญมากขึ้น
ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ รับเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตามหาบัว รวมทั้งสิ้น 147 ตัว แยกเป็นสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง รับเสือโคร่งไว้ 85 ตัว ตายไป 54 ตัว คงเหลือ 31 ตัว ส่วนที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี รับเสือโคร่ง 62 ตัว ตายไป 32 ตัว คงเหลือ 30 ตัว
- พบเสือโคร่งแม่ลูกอ่อน สัญญาณดี ผืนป่าอุ้มผางสมบูรณ์
- จากอดีตสู่ปัจจุบัน สถานการณ์เสือโคร่งในประเทศไทยดีขึ้นจริงหรือ?
- พบ "เสือโคร่ง" และ "สุนัขจิ้งจอก" นอนเล่นกลางถนนในผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน
- “น้องเอวา” ทำยอด นักท่องเที่ยวพุ่ง 2 เท่า
- ทม.ราชบุรีจัดแสดงโดรนแปรอักษร500 ลำ | เรื่องดีดีทั่วไทย
- "มะเดื่อฉิ่ง"พืชยืนต้นปลูกง่ายให้ผลผลิตดี | เรื่องดีดีทั่วไทย
- พบเตาเผาอิฐแดง ทรงสถูปเจดีย์โบราณ | เรื่องดีดีทั่วไทย | 11-11-67
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand