
สรุปข่าว
ภายหลังจากเกิดฝนทิ้งช่วงมานาน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวน ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกทำนาข้าว ยังได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในหลายหมู่บ้านของจังหวัดอุทัยธานี โดยเฉพาะหมู่บ้านในชนบทที่ระบบประปาหมู่บ้านไม่ดีนัก และขาดแคลนแหล่งน้ำผลิตประปาหมู่บ้านแห้ง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดอย่างหนัก โดยเฉพาะน้ำดื่มกิน ชาวบ้านจึงพากันสั่งซื้อโอ่งซีเมนต์ขนาดใหญ่มาสำรองไว้ หากฝนตกจะได้รองน้ำฝนไว้ดื่มกินได้นานๆ ไม่ต้องไปซื้อน้ำดื่มตามท้องตลาดในราคาแพง การบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูแล้ง

ส่งผลให้อาชีพปั้นโอ่งซีเมนต์ในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีเพียงเจ้าเดียว มียอดสั่งจองโอ่งน้ำขนาดใหญ่ขนาดบรรจุน้ำ 1,800 ลิตร ราคาใบละ 900 บาท เพิ่มขึ้นรวมทั้งสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าตัว ทำให้ต้องเร่งปั้นโอ่งซีเมนต์ดังกล่าวหามรุ่งหามค่ำ และต้องจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทันต่อความต้องการ
สำหรับอาชีพปั้นโอ่งรายนี้เป็นนายสุพจน์ ดอนสูงเนิน 53 ปี ตั้งอยู่ริมถนนสายหนองฉาง-อุทัยธานี บริเวณบ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองนางนวล อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นชาวโคราช พลิกผันจากชาวนาที่ประสบปัญหาภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตกต่ำทำให้ขาดทุน ย้ายถิ่นฐานหันมาใช้ภูมิปัญญาทำอาชีพปั้นโอ่งซีเมนต์ขนาด 1,800 ลิตร ขายมานานเกือบ 20 ปี สร้างรายได้เดือนละ 50,000-60,000 บาท โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะขายดีเป็นพิเศษ เพราะมีความต้องการนำโอ่งไปเป็นภาชนะรองรับน้ำฝน โดยเฉพาะในหมู่บ้าน ตำบลที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
ทำให้ช่วงนี้มียอดสั่งจองและสั่งซื้อโอ่งซีเมนต์ทั้งจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ เฉลี่ยครั้งละ 100 – 200 ใบ จนผลิตไม่ทันต่อความต้องการ เพราะแต่ละวันจะสามารถปั้นโอ่งได้เพียง 6-12 ใบเท่านั้น โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการปั้นโอ่งซีเมนต์บางอย่างก็หาได้เองในพื้นที่ เช่น ดินเหนียว โครงแบบหรือแม่พิมพ์ก็สามารถทำได้เองด้วยไม้ หรือปูน ที่สำคัญไม่มีการใช้เครื่องจักร มีเพียงฝีมือความชำนาญ และแรงงานคนเท่านั้น โอ่งแต่ละใบจะปั้นด้วยความละเอียดประณีตเพื่อให้ได้โอ่งที่มีคุณภาพ เรียบเนียน ทนทาน มีอายุการใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เฉลี่ยแต่ละใบมีต้นทุนประมาณ 500 บาท และวางในราคาใบละ 900 บาท
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand