อย่ามองข้ามการลุกจากพื้น งานวิจัยพบอาจเชื่อมโยงกับอายุขัย

การลุกขึ้นจากพื้นอาจดูเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดาที่เราแทบไม่ทันสังเกต แต่ความสามารถง่าย ๆ นี้กลับสะท้อนสมรรถภาพของร่างกายได้มากกว่าที่คิด เพราะกว่าจะลุกขึ้นมายืนได้ ร่างกายต้องอาศัยทั้งกำลังกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการประสานงานของร่างกายหลายส่วนเข้าด้วยกัน งานวิจัยจึงพบว่า ความสามารถในการนั่งและลุกจากพื้นอาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ช่วยสะท้อนสุขภาพและโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวได้
สรุปข่าว
การลุกขึ้นจากพื้นอาจดูเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดาที่เราแทบไม่ทันสังเกต แต่ความสามารถง่าย ๆ นี้กลับสะท้อนสมรรถภาพของร่างกายได้มากกว่าที่คิด เพราะกว่าจะลุกขึ้นมายืนได้ ร่างกายต้องอาศัยทั้งกำลังกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการประสานงานของร่างกายหลายส่วนเข้าด้วยกัน งานวิจัยจึงพบว่า ความสามารถในการนั่งและลุกจากพื้นอาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ช่วยสะท้อนสุขภาพและโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวได้
งานวิจัยบอกอะไร
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Journal of Preventive Cardiology เมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ศึกษาผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 46–75 ปี และพบว่า กลุ่มที่ทำคะแนนการทดสอบนั่ง-ลุกจากพื้นได้ดีที่สุด มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจในช่วง 10 ปีถัดมาน้อยกว่ากลุ่มที่ทำคะแนนได้ต่ำที่สุดประมาณ 6 เท่า ขณะที่โอกาสเสียชีวิตจากทุกสาเหตุน้อยกว่าประมาณ 4 เท่า
เหตุผลที่การทดสอบนี้น่าสนใจ คือการนั่งและลุกจากพื้นไม่ได้วัดเพียงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้สมรรถภาพทางกายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความฟิตของระบบหัวใจและปอด พละกำลัง ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และองค์ประกอบของร่างกาย
สมรรถภาพเหล่านี้มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เพราะช่วยให้ยังสามารถเคลื่อนไหวและดูแลตัวเองได้อย่างเป็นอิสระ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงจากการหกล้ม ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงและส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุได้
ผลการศึกษาจึงสะท้อนว่า การออกกำลังกายหรือมีความฟิตเพียงด้านใดด้านหนึ่งอาจยังไม่เพียงพอ หากต้องการรักษาความสามารถของร่างกายในระยะยาว ร่างกายควรมีทั้งความแข็งแรง พละกำลัง ความยืดหยุ่น และการทรงตัวที่ทำงานร่วมกัน
คนบางคนอาจมีสมรรถภาพด้านแอโรบิกดีมากจนสามารถวิ่งมาราธอนได้ แต่กลับมีข้อจำกัดกับการเคลื่อนไหวพื้นฐานบางอย่าง เช่น การก้มลงไปผูกเชือกรองเท้า นั่นจึงแสดงให้เห็นว่า ความฟิตของร่างกายไม่ได้หมายถึงการทำกิจกรรมหนัก ๆ ได้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันด้วย
การทดสอบนั่ง-ลุกจากพื้นทำอย่างไร
การทดสอบนี้ประเมินความสามารถ 2 ส่วน คือ การนั่งลงบนพื้นและการลุกกลับขึ้นมายืน โดยแต่ละส่วนมีคะแนนเต็ม 5 คะแนน รวมทั้งหมด 10 คะแนน
ผู้ที่สามารถนั่งลงและลุกขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้มือหรือส่วนอื่นของร่างกายช่วยพยุง จะได้รับคะแนนสูงที่สุด แต่หากต้องใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายช่วยในการเคลื่อนไหว จะถูกหักคะแนนตามระดับความช่วยเหลือที่ใช้
ความน่าสนใจของวิธีนี้อยู่ที่การเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวสามารถประเมินสมรรถภาพหลายด้านพร้อมกันได้ แตกต่างจากการทดสอบลุกจากเก้าอี้ภายใน 30 วินาที ซึ่งเน้นวัดความสามารถในการลุกขึ้นจากท่านั่งเป็นหลัก การลุกจากพื้นต้องอาศัยทั้งการทรงตัว ความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และพละกำลังมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การทดสอบนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว มีอาการปวดข้ออย่างรุนแรง เป็นโรคข้อสะโพกหรือข้อเข่าเสื่อมรุนแรง หรือเคยผ่าตัดเปลี่ยนข้อ เพราะการลงไปนั่งกับพื้นและลุกกลับขึ้นมาอาจทำได้ยากและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
หากมีอาการปวดหรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว จึงไม่ควรฝืนทำการทดสอบด้วยตัวเอง แต่สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกการทดสอบที่เหมาะสมกว่า เช่น การทดสอบการทรงตัว 30 วินาที การทดสอบ Timed Up & Go การทดสอบเดิน 6 นาที หรือการทดสอบลุกจากเก้าอี้ภายใน 30 วินาที
การทดสอบเหล่านี้ต่างมีข้อดีและสะท้อนสมรรถภาพคนละด้าน แพทย์จึงอาจพิจารณาผลจากหลายการทดสอบร่วมกัน เพื่อประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหวและสมรรถภาพทางกายโดยรวม
ท้ายที่สุด การนั่งและลุกจากพื้นไม่ได้เป็นเครื่องมือที่สามารถบอกอายุขัยของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ แต่เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่น่าสนใจว่า ร่างกายยังมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีเพียงใด เพราะบางครั้งสิ่งที่บอกว่าเรากำลังดูแลร่างกายได้ดี อาจไม่ใช่แค่การวิ่งได้ไกลขึ้น แต่คือการที่เรายังสามารถเคลื่อนไหวพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นคง
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
