เส้นเลือดหัวใจตีบ ชอบกินเค็มจัดต้องระวัง มีอาการแน่นเจ็บหน้าอก รีบไปพบแพทย์ก่อนสาย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เส้นเลือดหัวใจตีบ ชอบกินเค็มจัดต้องระวัง มีอาการแน่นเจ็บหน้าอก รีบไปพบแพทย์ก่อนสาย

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary artery disease: CAD หรือ Coronary heart disease: CHD) เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ

สรุปข่าว

เส้นเลือดหัวใจตีบ เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการ เตืนอคนชอบกินเค็ม เสี่ยงสูง หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกควรรีบไปพบแพทย์

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary artery disease: CAD หรือ Coronary heart disease: CHD) เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบคืออะไร? อันตรายแค่ไหน

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดจากไขมันและเนื้อเยื่อสะสมตามผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นและช่องทางเดินเลือดแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ และอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

โรคนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3–5 เท่า โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 35 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป

จริงหรือไม่? คนอายุน้อยก็เสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

แม้ในอดีตโรคนี้มักพบในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันพบในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทั้งความเครียด การรับประทานอาหารไขมันสูง การไม่ออกกำลังกาย รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ

ดังนั้น แม้จะอายุน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย เพราะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอาจเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันได้เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค

  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • พันธุกรรม
  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่และดื่มสุรา
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • อ้วนลงพุง
  • ขาดการออกกำลังกาย

5 สัญญาณเตือนโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

  • เจ็บหรือแน่นบริเวณกลางหน้าอก หายใจหอบ
  • ปวดร้าวไปบริเวณแขน คอ หรือไหล่
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ กระสับกระส่าย
  • คลื่นไส้ หน้ามืด หรือใจสั่น
  • มักมีอาการขณะออกกำลังกายหรือทำงานหนัก
  • การรักษาไม่ได้มีแค่การผ่าตัด

ปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบหลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงและลักษณะของหลอดเลือดในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การรักษาด้วยยาในผู้ที่หลอดเลือดตีบบางส่วน การทำบอลลูนหัวใจในผู้ที่มีหลอดเลือดตีบรุนแรง และการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยการทำบอลลูนได้

ผู้ป่วยควรกินอาหารแบบไหน

ควรเน้นอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ และไม่ปรุงรสจัด เลือกรับประทานผัก ธัญพืช และอาหารที่มีใยอาหารสูง พร้อมลดอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง เพื่อช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและลดปัจจัยเสี่ยงของโรค

ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลศิครินทร์

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย