
นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ เผยกรณี ผู้ป่วยโดนแมวข่วน แผลติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นโรคแมวข่วน (Cat Scratch Disease) โรคติดเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae ที่ติดต่อสู่คนผ่านทางรอยขีดข่วน รอยกัด หรือการถูกน้ำลายของแมวสัมผัสโดนแผลเปิด
โดยระบุว่า ผู้ป่วยชายไทยอายุ 37 ปี ถูกแมวเลี้ยงในบ้านอายุ 8 เดือน ข่วนที่แขนข้างซ้าย 2 ตำแหน่งเมื่อ 6 วันก่อน แผลที่กลางแขนข้างซ้ายใหญ่ขึ้น ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีไข้ ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจําตัว
ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้ แขนข้างซ้ายมีแผลสีแดงนูนเล็กน้อย ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ไม่มีหนอง กดไม่เจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ไม่โต
วินิจฉัย: โรคแมวข่วนทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นลึกอักเสบ
สรุปข่าว
นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ เผยกรณี ผู้ป่วยโดนแมวข่วน แผลติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นโรคแมวข่วน (Cat Scratch Disease) โรคติดเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae ที่ติดต่อสู่คนผ่านทางรอยขีดข่วน รอยกัด หรือการถูกน้ำลายของแมวสัมผัสโดนแผลเปิด
โดยระบุว่า ผู้ป่วยชายไทยอายุ 37 ปี ถูกแมวเลี้ยงในบ้านอายุ 8 เดือน ข่วนที่แขนข้างซ้าย 2 ตำแหน่งเมื่อ 6 วันก่อน แผลที่กลางแขนข้างซ้ายใหญ่ขึ้น ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีไข้ ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจําตัว
ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้ แขนข้างซ้ายมีแผลสีแดงนูนเล็กน้อย ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ไม่มีหนอง กดไม่เจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ไม่โต
วินิจฉัย: โรคแมวข่วนทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นลึกอักเสบ
ให้ยาปฏิชีวนะ Azithromycin กิน เพื่อรักษาโรคแมวข่วน หลังกินยา 5 วัน แผลดีขึ้น แดงและนูนน้อยลง ให้กินยา Azithromycin ต่อไป อีก 6 วันรวมทั้งหมด 12 เม็ด
โรคแมวข่วน (Cat Scratch Disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae โดยมีแมวเป็นพาหะ แมวรับเชื้อนี้จากหมัดแมว แมวอาจไม่มีอาการ เมื่อแมวที่มีเชื้อตัวนี้ในตัว ข่วน กัด หรือเลียบริเวณผิวหนังของคนที่มึแผลเปิด เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลาย หรือซอกเล็บ จะเข้าสู่ร่างกายของคนทางบาดแผล ยา Azithromycin เป็นหนึ่งในยาปฏิชีวนะหลักสำหรับรักษาโรคแมวข่วน
ติดต่อได้อย่างไร?
ช่องทางการติดเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่
- ถูกแมวข่วนจนผิวหนังเป็นแผล
- ถูกแมวกัด
- แมวเลียบริเวณแผลเปิด
- เล็บแมวที่ปนเปื้อนเชื้อจากหมัดแมวสัมผัสผิวหนัง
- ลูกแมวอายุน้อยกว่า 1 ปี มีโอกาสเป็นพาหะของเชื้อสูงกว่าแมวโต จึงเป็นกลุ่มที่ทำให้คนติดเชื้อได้บ่อยที่สุด
อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม
อาการมักเกิดภายใน 1–3 สัปดาห์ หลังได้รับเชื้อ โดยเริ่มจากแผลเล็ก ๆ แล้วตามด้วยอาการดังนี้
- ต่อมน้ำเหลืองโตและกดเจ็บ (รักแร้ คอ หรือขาหนีบ)
- ไข้ต่ำ ๆ
- อ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ
- เบื่ออาหาร
- ตุ่มหรือรอยแดงบริเวณที่ถูกข่วน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2–8 สัปดาห์ แต่ต่อมน้ำเหลืองอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะยุบสนิท
ใครบ้างที่เสี่ยงอาการรุนแรง?
แม้โรคนี้มักหายได้เอง แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ติดเชื้อ HIV หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ เช่น การติดเชื้อที่ตา สมอง หัวใจ ตับ หรือม้าม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด
- ยกเคสผู้ป่วย “โรคลมหลับ” ง่วงนอนมากผิดปกติ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
- วัณโรคเทียม! หมอมนูญ ยกเคสผู้ป่วยหญิงติดเชื้อ หลังปลูกต้นไม้เทปุ๋ยคอก
- วัณโรคปอด! หมอมนูญ ยกเคสผู้ป่วยรับเชื้อจากพ่อตอนเด็ก เพิ่งแสดงออกเมื่อป่วยเบาหวาน
- ยกเคส คนไข้วัย 52 ปี ป่วยปอดอักเสบ ซักประวัติพบให้อาหาร "นกพิราบ" เป็นประจำ
- หมอมนูญ อัปเดตข้อมูลระบาดวิทยารู้ทัน "โรคไวรัส" อะไรระบาดบ้าง?
ที่มาข้อมูล : FB หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC
ที่มารูปภาพ : FB หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
