ทำไมเวลาไฟไหม้ถึงไม่ควรหนีเข้าห้องน้ำ รู้สาเหตุและวิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้อง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมเวลาไฟไหม้ถึงไม่ควรหนีเข้าห้องน้ำ  รู้สาเหตุและวิธีเอาตัวรอดที่ถูกต้อง

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลายคนเชื่อว่าการวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ เปิดฝักบัว หรือใช้น้ำราดตัว จะช่วยป้องกันอันตรายจากไฟได้ แต่ในความเป็นจริง "ห้องน้ำไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย" และอาจกลายเป็นจุดที่ทำให้ติดอยู่ภายในอาคารจนไม่สามารถหนีออกมาได้


ทำไมไม่ควรหนีเข้าห้องน้ำเมื่อเกิดไฟไหม้?

1. ควันไฟอันตรายกว่าตัวเปลวไฟ

ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากไฟไหม้โดยตรง แต่เกิดจากการสูดดมควันพิษ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซพิษจากการเผาไหม้วัสดุต่าง ๆ

แม้จะอยู่ในห้องน้ำ ควันก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาตามช่องระบายอากาศ ใต้ประตู หรือช่องว่างต่าง ๆ ได้ ทำให้หมดสติภายในเวลาไม่นาน


2. ห้องน้ำมักมีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว

ห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่มีทางหนีสำรอง หากไฟลุกลามมาปิดกั้นทางออก ผู้ที่อยู่ภายในจะติดอยู่และยากต่อการช่วยเหลือ


3. น้ำไม่สามารถป้องกันควันพิษได้

การเปิดฝักบัวหรือใช้น้ำราดตัวไม่ได้ช่วยกรองควันหรือป้องกันการสูดดมก๊าซพิษ อีกทั้งไอน้ำร้อนจากความร้อนของเพลิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้


4. เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น

หากไม่มีใครทราบว่าคุณเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ การค้นหาอาจใช้เวลานาน ส่งผลให้การช่วยเหลือล่าช้า

สรุปข่าว

ความเชื่อที่ว่าห้องน้ำเป็นที่หลบภัยเมื่อเกิดไฟไหม้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ "ควันพิษ" ไม่ใช่เพียงเปลวไฟ การรีบอพยพออกจากอาคารตามเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัยคือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หากไม่สามารถออกมาได้ ควรห้องที่สามารถแยกตัวจากไฟ ปิดประตู ป้องกันควัน และรีบแจ้งตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลายคนเชื่อว่าการวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ เปิดฝักบัว หรือใช้น้ำราดตัว จะช่วยป้องกันอันตรายจากไฟได้ แต่ในความเป็นจริง "ห้องน้ำไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย" และอาจกลายเป็นจุดที่ทำให้ติดอยู่ภายในอาคารจนไม่สามารถหนีออกมาได้


ทำไมไม่ควรหนีเข้าห้องน้ำเมื่อเกิดไฟไหม้?

1. ควันไฟอันตรายกว่าตัวเปลวไฟ

ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากไฟไหม้โดยตรง แต่เกิดจากการสูดดมควันพิษ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซพิษจากการเผาไหม้วัสดุต่าง ๆ

แม้จะอยู่ในห้องน้ำ ควันก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาตามช่องระบายอากาศ ใต้ประตู หรือช่องว่างต่าง ๆ ได้ ทำให้หมดสติภายในเวลาไม่นาน


2. ห้องน้ำมักมีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว

ห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่มีทางหนีสำรอง หากไฟลุกลามมาปิดกั้นทางออก ผู้ที่อยู่ภายในจะติดอยู่และยากต่อการช่วยเหลือ


3. น้ำไม่สามารถป้องกันควันพิษได้

การเปิดฝักบัวหรือใช้น้ำราดตัวไม่ได้ช่วยกรองควันหรือป้องกันการสูดดมก๊าซพิษ อีกทั้งไอน้ำร้อนจากความร้อนของเพลิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้


4. เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น

หากไม่มีใครทราบว่าคุณเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ การค้นหาอาจใช้เวลานาน ส่งผลให้การช่วยเหลือล่าช้า

หากหนีออกจากอาคารไม่ได้ ควรทำอย่างไร


หากเส้นทางหนีไฟถูกเปลวไฟหรือควันปิดกั้น ไม่ควรวิ่งฝ่าควันหรือเปลวไฟ แต่ควรปฏิบัติดังนี้

  • เข้าไปยังห้องที่อยู่ติดกับด้านนอกของอาคารและมีหน้าต่าง
  • ปิดประตูให้สนิทเพื่อลดการลุกลามของไฟและการเข้ามาของควัน
  • ใช้ผ้าเปียก ผ้าขนหนู หรือเสื้อผ้าอุดช่องใต้ประตูและช่องว่างต่าง ๆ
  • เปิดหน้าต่างเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หากการเปิดหน้าต่างไม่ทำให้ควันไหลเข้ามามากขึ้น
  • โทรแจ้งหมายเลขฉุกเฉิน 199 พร้อมแจ้งตำแหน่ง ชั้น และห้องที่อยู่
  • ใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากและจมูกเพื่อลดการสูดดมเขม่าควัน (ช่วยได้เพียงบางส่วน ไม่สามารถกรองก๊าซพิษได้)
  • หากมีควันในห้อง ให้อยู่ในระดับต่ำหรือคลาน เพราะอากาศบริเวณพื้นมักมีควันน้อยกว่าด้านบน


วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเพลิงไหม้

  • ตั้งสติและรีบอพยพทันทีเมื่อได้ยินสัญญาณเตือน
  • ใช้บันไดหนีไฟ ห้ามใช้ลิฟต์
  • ก่อนเปิดประตู ให้ใช้หลังมือสัมผัสลูกบิดหรือบานประตู หากร้อนผิดปกติ ห้ามเปิด เพราะอาจมีไฟอยู่ด้านนอก
  • หากต้องผ่านบริเวณที่มีควัน ให้ก้มต่ำหรือคลาน
  • เมื่อออกจากอาคารแล้ว ห้ามย้อนกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สิน
  • ไปยังจุดรวมพลและรอเจ้าหน้าที่

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ