
เพจเฟซบุ๊ก ชื่อ Tensia เผยเคสประหลาด หญิงวัย 40 ปี กินกระดาษทิชชู่มา 1 ปี ซีดมาขึ้นเรื่อยๆ แพทย์พบโลหิตจางรุนแรง ค่าฮีโมโกลบินแค่ 1.6 น้อยที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโรค โดยอธิบายว่า
เวลาจะวินิจฉัยโลหิตจาง จะดูค่าฮีโมโกลบิน (Hb) ไม่ก็ค่าความเข้มเม็ดเลือดแดง (Hct) ซึ่งค่า Hb ปกติประมาณ 14-15 ถ้าน้อยจัดๆ คือต่ำกว่า 12-13 ก็จะเริ่มโลหิตจางแล้ว น้อยแบบไม่ไหวแล้วคือ 6-7 แบบเคสทาลัสซีเมีย แต่เคสนี้คือ 1.6 จึงจัดเป็นคนที่มีค่าเลือดต่ำสุดที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ที่มีไม่กี่เคสบนโลก
สรุปข่าว
เพจเฟซบุ๊ก ชื่อ Tensia เผยเคสประหลาด หญิงวัย 40 ปี กินกระดาษทิชชู่มา 1 ปี ซีดมาขึ้นเรื่อยๆ แพทย์พบโลหิตจางรุนแรง ค่าฮีโมโกลบินแค่ 1.6 น้อยที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโรค โดยอธิบายว่า
เวลาจะวินิจฉัยโลหิตจาง จะดูค่าฮีโมโกลบิน (Hb) ไม่ก็ค่าความเข้มเม็ดเลือดแดง (Hct) ซึ่งค่า Hb ปกติประมาณ 14-15 ถ้าน้อยจัดๆ คือต่ำกว่า 12-13 ก็จะเริ่มโลหิตจางแล้ว น้อยแบบไม่ไหวแล้วคือ 6-7 แบบเคสทาลัสซีเมีย แต่เคสนี้คือ 1.6 จึงจัดเป็นคนที่มีค่าเลือดต่ำสุดที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ที่มีไม่กี่เคสบนโลก
เรื่องเริ่มต้นจาก ตลอดประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เธอมีอาการหลายอย่าง เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม กลืนอาหารลำบาก อาเจียนเป็นครั้งคราว
อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ซึ่งเธอคิดว่ามันเป็นผลจากการติด COVID-19 ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณปีครึ่งก่อน
แต่ที่หนักที่สุดคือ เธอกินกระดาษทิชชู่่ ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่เป็นพฤติกรรมที่ทำมาหลายปี เธอจะค่อยๆ ฉีกกระดาษออกมา เคี้ยว แล้วกลืนลงไป หนึ่งม้วนใช้เวลาประมาณ หนึ่งสัปดาห์เธอบอกว่ามันทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด ซึ่งไม่รู้ว่าทำไม
แต่พอแพทย์ซักประวัติย้อนไปจริงๆ ถึงได้ทราบว่า ประมาณปีครึ่งก่อน เธอมีประจำเดือนรุนแรงมาก ช่วงสามวันแรกของรอบเดือนเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัย ทุก 20 นาที บางครั้งเลือดซึมทะลุเสื้อผ้า และตอนกลางคืนต้องใช้ ผ้าขนหนูรองบนเตียง เพราะเลือดซึมผ่านผ้าอนามัยไปถึงที่นอน แล้วก็ไม่ได้มาหาหมอนะ คิดว่ามาเยอะเฉยๆ จนกระทั่งเริ่มมีอาการซีด มีกินทิชชู่นั่นแหละ
แพทย์ตรวจร่างกายพบว่า เธอดู ซีดมาก เล็บมือมีลักษณะเว้าคล้ายช้อน ที่เรียกว่า koilonychia เป็นสัญญาณว่า การสร้างเล็บผิดปกติมาก จากการขาดสารอาหารบางชนิด
และเมื่อฟังหัวใจ ได้ยินเสียง flow murmur ที่เกิดจากเลือดไหลไวผิดปกติ ผ่านลิ้นที่ปกติดี ทำให้เกิดการไหลปั่นป่วนจนเกิดเสียงฟู่ ซึ่งเจอได้ในเคสโลหิตจางหนักๆ เพราะหัวใจพยายามบีบเพิ่มรอบเพื่อชดเชย
ผลตรวจเลือดออกมา และตัวเลขหนึ่งทำให้ทีมแพทย์ต้องแบบเช็คกับทางห้องแล็บหลายครั้ง ใช่ค่ะ ค่าฮีโมโกลบินแค่ 1.6 g/dL
ไม่รู้ว่ารอดมาได้ยังไง นอกจากนี้ยังพบว่าเม็ดเลือดแดงเธอ ยังมีขนาดเล็กมาก (microcytic) สีจาง (hypochromic) และรูปร่างผิดปกติจำนวนมาก
สอดคล้องกับภาวะ โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron deficiency anemia)
ผลตรวจธาตุเหล็กยิ่งยืนยันสิ่งนั้น พบว่า ร่างกายของเธอแทบไม่เหลือ ธาตุเหล็กสำรอง
แพทย์ต้องให้เลือดอย่างเร่งด่วน เธอได้รับ
- packed red blood cells 6 ยูนิต
- ธาตุเหล็กทางหลอดเลือด
- และธาตุเหล็กชนิดรับประทาน
หลังการรักษา ระดับ hemoglobin เพิ่มขึ้นเป็น 7.3 g/dL อาการเหนื่อยล้าของเธอดีขึ้นอย่างชัดเจน
การสืบหาสาเหตุของการเสียเลือดจึงเริ่มขึ้น และในที่สุด การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดพบว่า เธอมีก้อนขนาด 9.6 เซนติเมตร อยู่ในมดลูก ซึ่งเข้ากับ เนื้องอกกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก (Uterine leiomyoma) คือก้อนนี้ไม่ใช่มะเร็งนะคะ เป็นเนื้องอกชนิดดีค่ะ
แต่ดีในที่นี้คือมันแบ่งตัวแบบจำกัด ไม่ลุกลาม แต่ที่แย่คือ บางครั้งมันไปขัดขวางการบีบตัวรัดหลอดเลือดตอนมีประจำเดือน ทำให้ระบบการห้ามเลือดเสียไปหมด เธอจึงเลือดออกเรื้อรังค่ะ
เมื่อระดับธาตุเหล็กของเธอเริ่มกลับมา พฤติกรรม กินกระดาษชำระค่อย ๆ หายไป นั่นเพราะภาวะกินของแปลกๆ (Pica) เจอได้ในภาวะขาดธาตุเหล็กค่ะ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบกลไก แต่เชื่อว่าเหล็กจำเป็นต้องการสร้างพลังงาน โดยเฉพาะในเซลล์ประสาทที่ใช้พลังงานสูง ส่งผลให้ส่วนที่ควบคุมความอยากผิดปกติไป
เคสบอกให้เราทราบว่า เป็นอะไรอย่าปล่อยไว้ รีบมาตรวจก่อนค่ะ ตรวจแล้วไม่เป็นอะไรมากค่อยสบายใจค่ะ โดยเฉพาะเรื่องประจำเดือน อย่าคิดว่ามันแค่ช่วงมามากเฉยๆ
ขอบคุณข้อมูล Facebook: Tensia
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
