เฝ้าระวังโรคไข้มาลาเรีย ป่วยสะสม 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เฝ้าระวังโรคไข้มาลาเรีย ป่วยสะสม 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียและดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากยุงก้นปล่อง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง ทำงาน หรือพักค้างคืนในพื้นที่เสี่ยง

วันนี้ (10 มิถุนายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวในกลุ่มพลาสโมเดียม โดยมียุงก้นปล่องเพศเมียเป็นพาหะนำโรค หลังถูกกัดผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาจมีไข้เป็นระยะ หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ข้อมูลจากระบบมาลาเรียออนไลน์ กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียสะสม 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบมากในกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 25 – 44 ปี อาชีพเกษตรกรรม ชนิดเชื้อที่พบส่วนใหญ่คือ Plasmodium vivax ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตก ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และเพชรบุรี โดยพบได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ทั้งนี้ยังไม่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) พื้นที่ใดในประเทศตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้


สรุปข่าว

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังโรคไข้มาลาเรียต่อเนื่อง แนะประชาชนป้องกันตนเอง หากมีอาการไข้ หนาวสั่น หลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงให้รีบพบแพทย์

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียและดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากยุงก้นปล่อง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรีย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง ทำงาน หรือพักค้างคืนในพื้นที่เสี่ยง

วันนี้ (10 มิถุนายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวในกลุ่มพลาสโมเดียม โดยมียุงก้นปล่องเพศเมียเป็นพาหะนำโรค หลังถูกกัดผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาจมีไข้เป็นระยะ หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

ข้อมูลจากระบบมาลาเรียออนไลน์ กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียสะสม 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย พบมากในกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 25 – 44 ปี อาชีพเกษตรกรรม ชนิดเชื้อที่พบส่วนใหญ่คือ Plasmodium vivax ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่บริเวณพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตก ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และเพชรบุรี โดยพบได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ทั้งนี้ยังไม่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) พื้นที่ใดในประเทศตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้


นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไข้มาลาเรียมียารักษาเฉพาะ และสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว สำหรับการป้องกันโรคไข้มาลาเรีย ประชาชนควรป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด ดังนี้ 

1) สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เมื่อต้องเข้าพื้นที่ป่าเขาหรือพื้นที่เสี่ยง 

2) ทายากันยุงบริเวณผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้า 

3) นอนในมุ้ง หรือมุ้งชุบสารเคมีทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องพักค้างคืนในพื้นที่เสี่ยง 

4) หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มียุงชุกชุมในช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า

 5) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการควบคุมและป้องกันโรค ทั้งนี้ หากเดินทางกลับจากพื้นที่ป่าหรือพื้นที่เสี่ยงแล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคไข้มาลาเรีย

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้กำชับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก และควบคุมโรคตามมาตรการ 1-3-7 คือ รายงานผู้ป่วยภายใน 1 วัน สอบสวนโรคภายใน 3 วัน และควบคุมโรคภายใน 7 วัน หลังพบผู้ป่วยในพื้นที่ อย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในชุมชน


กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัย หรือเข้าไปในแหล่งแพร่เชื้อมาลาเรียป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด สังเกตอาการผิดปกติ และเข้ารับการรักษาโดยเร็วเมื่อมีอาการสงสัย เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและป้องกันการแพร่กระจายของโรค หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มาข้อมูล : กรมควบคุมโรค

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ

แท็กบทความ

ข้มาลาเรีย
ยุงกรมควบคุมโรค
อาการไข้
โรคระบาด