PCOS กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ถูกต้องมากขึ้น

Share on Line Share on Facebook Share on X
PCOS กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ถูกต้องมากขึ้น

ข่าวดังวงการแพทย์ทั่วโลกช่วงไม่กี่วันนี้  คือการพูดถึงภาวะถุงน้ำในรังไข่ PCOS ซึ่งย่อมากจาก Polycystic Ovary Syndrome กำลังจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome ย่อเป็น PMOS ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ที่ถูกต้องมากขึ้น เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบ ทั้งฮอร์โมน การตกไข่ เมตาบอลิก น้ำหนัก ผิวหนัง หรือแม้แต่สุขภาพใจ

สรุปข่าว

ข่าวดังวงการแพทย์ทั่วโลกช่วงไม่กี่วันนี้ PCOS กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด ย้ำคนไข้ไม่ต้องตรวจโรคใหม่

ข่าวดังวงการแพทย์ทั่วโลกช่วงไม่กี่วันนี้  คือการพูดถึงภาวะถุงน้ำในรังไข่ PCOS ซึ่งย่อมากจาก Polycystic Ovary Syndrome กำลังจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome ย่อเป็น PMOS ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ที่ถูกต้องมากขึ้น เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบ ทั้งฮอร์โมน การตกไข่ เมตาบอลิก น้ำหนัก ผิวหนัง หรือแม้แต่สุขภาพใจ

บทสรุปของการศึกษานานกว่า 14 ปี 

อ้างอิงจากรายงานจาก European Medical Journal หรือ EMJ ระบุว่า ชื่อเรียกเดิมอย่าง PCOS ถูกมองว่าเป็นการอธิบายโรคฮอร์โมนหรือความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่ออย่างไม่ครอบคลุม เนื่องจากการทำงานของต่อมไร้ท่อเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนกับระบบอื่นๆ ในร่างกาย ชื่อ PCOS ที่ใช้กันมานาน ทำให้หลายคนเข้าใจว่าโรคนี้เกี่ยวกับถุงน้ำ หรือ ซีสต์ และมุ่งความสนใจไปที่รังไข่มากเกินไป

ความเข้าใจดังกล่าวส่งผลให้เกิดการวินิจฉัยที่ล่าช้า รวมถึงการรักษาที่ไม่เพียงพอ

เฮเลนน่า ทีด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อจากศูนย์สุขภาพโมนาช ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ผลักดันกระบวนการเปลี่ยนชื่อโรค หลังจากศึกษาอย่างละเอียดมานานนับทศวรรษ กล่าวว่า ภาวะนี้ ไม่ได้มีแค่การเพิ่มขึ้นของถุงน้ำในรังไข่เท่านั้น แต่มีทั้งการเปลี่ยนไปของฮอร์โมนและการทำงานทางเมตาบอลิก นอกจากนี้ ยังมีลักษณะอาการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละคน ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ที่มาพอ จะทำให้ช่วยเหลือผู่ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

เธอหวังว่าการเปลี่ยนชื่อโรคนี้ใหม่ จะทำให้การรักษาและความเข้าใจที่มีต่อโรคนี้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

กลุ่มอาการเดิม ไม่ใช่โรคใหม่

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่อโรคใหม่นี้ ไม่ใช่การค้นพบโรคใหม่แต่อย่างใด PMOS ยังคงเป็นโรคเดิม การวินิจฉัยยังใช้แนวทางเดิม ย้ำว่า แนวโน้มการเปลี่ยนชื่อเรียกโรคนี้ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนต่อภาวะนี้มากขึ้นเท่านั้น 

ขณะเดียวผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น PCOS ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางการรักษาแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องตรวจโรคใหม่เพียงเพราะเปลี่ยนชื่อ ยังถือว่าเป็นภาวะเดียวกัน เพียงแต่ในอนาคตจะถูกเรียกชื่อใหม่ว่า PMOS แทนที่ชื่อเดิมที่อาจจะเลิกใช้เมื่อการเปลี่ยนผ่านสมบูรณ์เท่านั้น 

การรักษาใช้แนวทางเดิมของ PCOS

แม้จะมีแนวโน้มการเรียกชื่อภาวะนี้ใหม่ แต่การรักษาในปัจจุบันยังใช้แนวทางของ PCOS ซึ่งขึ้นอยู่อาการ สภาพร่างกายของคนไข้ และเป้าหมาย หลักๆ คือ

  • ปรับพฤติกรรม สุขภาพอาหาร การออกกำลังกาย การนอน
  • ดูแลประจำเดือนให้เหมาะสม
  • รักษาสิว ขนดก หรือผมบาง
  • ประเมินน้ำหนัก ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และความเสี่ยงเมตาบอลิก
  • วางแผนเรื่องการตกไข่และการมีบุตร หากต้องการตั้งครรภ์
  • ดูแลสุขภาพจิต

ความเคลื่อนไหวนี้ในวงการสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา อาจทำให้ในอนาคตเราจะได้ยินการกล่าวถึง PMOS มากขึ้น และ PCOS อาจจะพูดถึงน้อยลง พร้อมกับการรณรงค์ความรู้และความเข้าใจใหม่มากขึ้น เกี่ยวกับภาวะความผิดปกติของร่างกายผู้หญิง ที่ไม่ใช่แค่เรื่อง ถุงน้ำในรังไข่ เพียงอย่างเดียว

ที่มาข้อมูล : EMJ, Time Megazine, เพจหมอสูติคู่มือถือคุณ

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย