อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ กระดูกคอเสื่อมแล้ว หมอเผยพฤติกรรมทำลายคอ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ กระดูกคอเสื่อมแล้ว หมอเผยพฤติกรรมทำลายคอ

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ ให้วามรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกผ่านเพจ หมอเก่งกระดูกและข้อ โดยระบุว่า 

อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ แต่ "กระดูกคอเสื่อม" แล้วหรือ? รู้ทันพฤติกรรมทำลายคอที่คุณอาจทำอยู่ทุกคืน


สรุปข่าว

อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ กระดูกคอเสื่อมแล้ว หมอเผยพฤติกรรมทำลายคอ

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ ให้วามรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกผ่านเพจ หมอเก่งกระดูกและข้อ โดยระบุว่า 

อายุเพิ่ง 30 ต้นๆ แต่ "กระดูกคอเสื่อม" แล้วหรือ? รู้ทันพฤติกรรมทำลายคอที่คุณอาจทำอยู่ทุกคืน


"หมอครับ ผมเพิ่งอายุ 32 เองนะ เพื่อนผมบอกว่าโรคกระดูกคอเสื่อมนี่มันโรคคนแก่ไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมผมถึงเป็นได้ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้แบกหามอะไรหนักๆ เลย แค่นั่งทำงานออฟฟิศกับนอนดูหนังที่บ้านเอง"

นี่คือคำตัดพ้อของ "คุณแบงค์" หนุ่มกราฟิกดีไซเนอร์ที่มาหาหมอด้วยอาการปวดคอร้าวลงสะบักและแขน อาการเป็นหนักจนนั่งทำงานแทบไม่ได้ ผลเอ็กซเรย์ออกมาว่ากระดูกคอเริ่มทรุดและมีหินปูนเกาะบางๆ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเสื่อมก่อนวัย

ความเชื่อที่ว่า "โรคเสื่อม = โรคคนแก่" นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุคปัจจุบันครับ หมอเจอคนไข้วัย 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ เดินเข้ามาด้วยโรคกระดูกคอเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ และเชื่อไหมครับว่า "ฆาตกรเงียบ" ที่ทำร้ายกระดูกคอของคุณ ไม่ใช่การยกของหนั แต่เป็น "ท่าทางสบายๆ" ที่คุณทำจนชินนิสัยนั่นเอง

วันนี้หมอจะพามาเช็กพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะสายซีรีส์และชาวออฟฟิศ ว่าคุณกำลังเร่งให้คอเสื่อมอยู่หรือเปล่าครับ

ทำไม "คอ" ถึงเสื่อมไวในคนหนุ่มสาว?

ปกติกระดูกสันหลังส่วนคอของคนเรา ธรรมชาติออกแบบมาให้รับน้ำหนักศีรษะ (ซึ่งหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม) ในท่าตั้งตรง แต่พฤติกรรมในยุคดิจิทัลทำให้เราใช้งานคอผิดประเภทครับ

ลองจินตนาการว่าคอเป็นเสา ถ้าเราตั้งเสาตรงๆ มันจะรับน้ำหนักได้ดี แต่ถ้าเราเอียงเสาไปข้างหน้ามากๆ แรงกดที่โคนเสาจะเพิ่มขึ้นมหาศาล การก้มหน้าเพียง 60 องศา จะทำให้คอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 27 กิโลกรัม! (เท่ากับเด็ก 8 ขวบนั่งขี่คอคุณอยู่ตลอดเวลา)

และนี่คือ 3 พฤติกรรมยอดฮิต ที่เป็นตัวการหลักครับ

1. ท่า "นอนดูซีรีส์" มรณะ

ข้อนี้คือคำตอบที่คุณสงสัยเลยครับ หลายคนคิดว่าการนอนดูหนังคือการพักผ่อน แต่จริงๆ แล้วมันคือการทรมานคอขั้นสุด หากคุณทำท่าเหล่านี้

- นอนคว่ำชันศอก ท่านี้ทำให้คอต้อง "แอ่น" (Extension) ไปด้านหลังอย่างรุนแรงเพื่อมองจอ ทำให้ข้อต่อกระดูกคอด้านหลังถูกอัดเข้าหากันแน่น เกิดการอักเสบและเสื่อมเร็วมาก

- นอนหงายหมอนสูง การหนุนหมอนซ้อนกัน 2-3 ใบ หรือพิงหัวเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอน เพื่อดันหัวให้ก้มมาดูจอไอแพดบนตัก ท่านี้ทำให้คอก้ม (Flexion) ตลอดเวลา หมอนรองกระดูกจะถูกบีบไปด้านหลัง ไปกดทับเส้นประสาทได้ง่าย

- นอนตะแคงดูมือถือ ทำให้คอเอียงพับไปด้านข้างนานๆ กล้ามเนื้อสองข้างทำงานไม่เท่ากัน กระดูกคอบิดผิดรูป

2. สังคมก้มหน้า (Text Neck)

ในวัย 30 เราใช้สมาร์ทโฟนกันแทบตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอบแชทลูกค้า ไถฟีดโซเชียล หรือเล่นเกม การก้มหน้ามองจอเล็กๆ ในมือ ทำให้เราต้องงุ้มไหล่และยื่นคอไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ยิ่งก้มนาน หมอนรองกระดูกยิ่งขาดน้ำและยุบตัวลงเร็วขึ้นครับ

3. ออฟฟิศซินโดรม ที่ลุกลาม

การตั้งจอคอมพิวเตอร์ที่ต่ำเกินไป ทำให้ต้องก้มคอ หรือการนั่งเก้าอี้ที่ไม่ซัพพอร์ตหลัง ทำให้ตัวไหลไปข้างหน้า คอก็ต้องยื่นตาม (Forward Head Posture) ท่านี้นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าตึงแล้ว ยังทำให้แรงกดลงที่หมอนรองกระดูกคอข้อล่างๆ (C5-C6-C7) มากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่หมอพบว่าเสื่อมบ่อยที่สุดครับ

อาการสัญญาณเตือน: อย่ารอให้ร้าวลงแขน

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่าคิดว่าเป็นแค่ปวดเมื่อยธรรมดาครับ:

- ปวดคอเรื้อรัง: ตื่นนอนก็ปวด ตกเย็นก็ปวด

- คอแข็ง หันลำบาก: รู้สึกเหมือนมีอะไรขัดๆ ในคอ เวลาหันซ้ายขวา

- ปวดร้าว: ปวดจี๊ดๆ จากคอ ร้าวลงไปที่สะบัก ไหล่ หรือแขน

- ชาปลายมือ: นี่คือสัญญาณว่าหมอนรองกระดูกเริ่มไปรบกวนเส้นประสาทแล้วครับ


การวินิจฉัยและรักษา: รู้เร็ว แก้ทัน

หากมาหาหมอ หมอจะทำการตรวจร่างกายและส่งเอ็กซเรย์ ซึ่งในคนอายุน้อยที่เริ่มเสื่อม เรามักจะพบว่า "ความโค้งตามธรรมชาติของคอหายไป" (Loss of Lordosis) คือคอตั้งตรงทื่อๆ หรือเริ่มยื่นไปข้างหน้า

การรักษาส่วนใหญ่ในวัยนี้ ไม่ต้องผ่าตัด ครับ เพราะร่างกายยังซ่อมแซมตัวเองได้ดี เน้นที่:

1. กายภาพบำบัด: ดึงคอ อัลตราซาวด์ เพื่อลดปวดและคลายกล้ามเนื้อ

2. ปรับ Ergonomics: ปรับจอคอมให้เสมอสายตา ปรับท่าดูซีรีส์ใหม่ (แนะนำให้ดูผ่านทีวีจอใหญ่ที่ตั้งระดับสายตา ดีกว่าก้มดูในมือถือ/แท็บเล็ต)

3. ยา: ลดการอักเสบในช่วงแรก

สรุป

โรคกระดูกคอเสื่อมในวัย 30 ต้นๆ ไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องของ "พฤติกรรม" ล้วนๆ ครับ การนอนดูซีรีส์ในท่าที่ผิดธรรมชาติ หรือการก้มหน้าทำงานนานๆ คือการสะสมความเสื่อมวันละนิด

ข่าวดีคือ ถ้าคุณรู้ตัวตอนนี้ คุณยัง "เบรก" ความเสื่อมนี้ได้ครับ ปรับท่านั่ง เปลี่ยนท่านอนดูหนังให้คออยู่ในแนวตรงสบายๆ และหมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถสนุกกับซีรีส์เรื่องโปรดและทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีคอเสื่อมเป็นของแถมก่อนวัยอันควรครับ

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย