1 เมษายน วันโกหกโลก จากเรื่องเล่าในยุโรป สู่วันแห่งการหยอกล้อทั่วโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
1 เมษายน วันโกหกโลก จากเรื่องเล่าในยุโรป สู่วันแห่งการหยอกล้อทั่วโลก

April Fools' Day หรือที่คนไทยเรียกว่า “วันเมษาหน้าโง่” ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกนิยมเล่นมุกหลอกล้อกันแบบสนุกสนาน โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่มักมีข่าวปลอม (fake news) หรือเรื่องราวชวนเชื่อถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก

จุดเริ่มต้นของ April Fools' Day มักถูกเชื่อมโยงกับประเทศฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยในปี ค.ศ. 1564 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการสื่อสารในยุคนั้น ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงเฉลิมฉลองปีใหม่ในช่วงต้นเดือนเมษายนตามธรรมเนียมเดิม ทำให้ผู้คนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "หน้าโง่เดือนเมษา"  (April Fools) และถูกแกล้ง

ในฝรั่งเศส การแกล้งกันในวันดังกล่าวมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเรียกว่า “Poisson d’Avril” หรือ “ปลาเมษา” ซึ่งสื่อถึงปลาที่ถูกจับได้ง่าย เปรียบกับคนที่หลงเชื่อเรื่องโกหก ผู้คนมักเล่นมุกด้วยการมอบของขวัญปลอม หรือสร้างเรื่องหลอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

ต่อมา ประเพณีนี้ได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่น ๆ ในยุโรป เช่น อังกฤษ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17–18 ก่อนจะกลายเป็นวัฒนธรรมสากลที่นิยมทั่วโลก

ในประเทศอังกฤษ มีธรรมเนียมการแกล้งกันเฉพาะช่วงครึ่งวันเช้า และเมื่อเฉลยว่าผู้ใดตกเป็นเหยื่อ มักจะพูดว่า “April Fool!” เพื่อปิดท้ายมุกล้อเลียนนั้น

สรุปข่าว

April Fools’ Day เป็นวันแห่งเสียงหัวเราะและความคิดสร้างสรรค์ แต่ในยุคที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การ “แกล้ง” ควรอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ เพราะเส้นแบ่งระหว่าง “เรื่องขำ” กับ “เรื่องผิดกฎหมาย” นั้นบางกว่าที่คิด

April Fools' Day หรือที่คนไทยเรียกว่า “วันเมษาหน้าโง่” ตรงกับวันที่ 1 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกนิยมเล่นมุกหลอกล้อกันแบบสนุกสนาน โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่มักมีข่าวปลอม (fake news) หรือเรื่องราวชวนเชื่อถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก

จุดเริ่มต้นของ April Fools' Day มักถูกเชื่อมโยงกับประเทศฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยในปี ค.ศ. 1564 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการสื่อสารในยุคนั้น ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงเฉลิมฉลองปีใหม่ในช่วงต้นเดือนเมษายนตามธรรมเนียมเดิม ทำให้ผู้คนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "หน้าโง่เดือนเมษา"  (April Fools) และถูกแกล้ง

ในฝรั่งเศส การแกล้งกันในวันดังกล่าวมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเรียกว่า “Poisson d’Avril” หรือ “ปลาเมษา” ซึ่งสื่อถึงปลาที่ถูกจับได้ง่าย เปรียบกับคนที่หลงเชื่อเรื่องโกหก ผู้คนมักเล่นมุกด้วยการมอบของขวัญปลอม หรือสร้างเรื่องหลอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

ต่อมา ประเพณีนี้ได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่น ๆ ในยุโรป เช่น อังกฤษ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17–18 ก่อนจะกลายเป็นวัฒนธรรมสากลที่นิยมทั่วโลก

ในประเทศอังกฤษ มีธรรมเนียมการแกล้งกันเฉพาะช่วงครึ่งวันเช้า และเมื่อเฉลยว่าผู้ใดตกเป็นเหยื่อ มักจะพูดว่า “April Fool!” เพื่อปิดท้ายมุกล้อเลียนนั้น

การแพร่หลายไปทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไป April Fools’ Day ได้แพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และถูกปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่

ในสหราชอาณาจักร มักจะแกล้งกันเฉพาะช่วงเช้า ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ การเล่นมุกสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน ในยุคดิจิทัล บริษัทและสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมด้วย เช่น การปล่อยข่าวหรือผลิตภัณฑ์ปลอมเพื่อสร้างสีสัน


เมื่อ “เรื่องขำ” อาจกลายเป็น “เรื่องผิดกฎหมาย” แม้ว่า April Fools’ Day จะเป็นวันที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่การ “หลอกล้อ” ก็มีขอบเขตที่ควรระวัง โดยเฉพาะเมื่อการกระทำนั้นส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้อื่น ในประเทศไทย การสร้างข่าวปลอม หรือการหลอกลวงที่ก่อให้เกิดความเสียหาย อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

โดยเฉพาะมาตรา 14 ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกหรือความเสียหายแก่ประชาชน ประมวลกฎหมายอาญาในกรณีที่การหลอกลวงเข้าข่ายฉ้อโกง หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายทั้งทางทรัพย์สินและชื่อเสียง

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ