
สรุปข่าว
จากสถานการณ์ไข้เลือดออกระบาดหนักในทุกปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละปีในประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับภาวะนี้ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ และเมื่อเป็นแล้วบางรายอาจมีอาการรุนแรงกระทั่งส่งผลต่อชีวิตอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจะมาเปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไข้เลือดออกที่ควรรู้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อ และจะได้ระวังภัยต่อโรคไข้เลือดออกนี้ให้มากยิ่งขึ้น
“โรคไข้เลือดออก” คืออะไร?
ไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมียุงลายตัวเมียที่มีเชื้อเป็นพาหะนำโรค พบมากในเขตร้อนและมักจะระบาดในช่วงฤดูฝน โดยไข้เลือดออกสามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั้งนี้โรคไข้เลือดออกถือเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูงสุดคือสามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้โดยเฉลี่ย 1:1,000 ราย หรือหากพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ในผู้ป่วย 1,000 ราย จะมีอัตรการเสียชีวิต 1 รายนั่นเอง
"ไข้เลือดออก" เป็นแล้วเป็นซ้ำได้ และอันตรายกว่าครั้งแรก จริงหรือไม่?
สำหรับโรคไข้เลือดออก เมื่อเป็นแล้วสามารถเป็นอีกได้ และมีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงกว่าครั้งแรกถึงร้อยละ 80-90 และถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ สาเหตุเป็นเพราะเมื่อเราได้รับเชื้อไข้เลือดออกครั้งแรก ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานมาต่อสู้กับเชื้อไวรัสชนิดนี้ แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสของโรคไข้เลือดออกมีมากถึง 4 สายพันธุ์ เมื่อได้รับเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งในครั้งแรกแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้น แต่จะไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นๆได้ ทั้งนี้เมื่อร่างกายได้รับเชื้อครั้งใหม่เป็นสายพันธุ์อื่น ระบบภูมิคุ้มกันจึงเกิดการสับสน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้อย่างทันท่วงที หรือในบางรายภูมิคุ้มกันที่เคยเป็นเกราะป้องกันเชื้อไวรัสนั้นๆ อาจกลับมากระตุ้นร่างกายตัวเองให้มีการตอบสนองที่รุนแรงขึ้น จนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะช็อกจากเลือดออก หรือภาวะตกเลือดในสมอง และเสียชีวิตได้
จะแยกอาการไข้เลือดออก กับอาการไข้หวัดอื่นๆ อย่างไร?
โรคไข้เลือดออกและไข้หวัดอื่นๆ เป็นโรคที่มีอาการคล้ายคลึงกัน ดังนี้
- ไข้สูง ทั้งสองโรคจะมีอาการไข้สูงลอย เกิน 38.5 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2-7 วัน
- ปวดศีรษะ ซึ่งทั้งไข้เลือกออกและไข้หวัดใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะ ปวดรอบๆ กระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกคล้ายๆกัน
- อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
อย่างไรก็ตาม อาการไข้เลือดออกจะมีความแตกต่างจากไข้หวัดอื่นๆ ดังนี้
1. มีจุดแดงตามตัว
โรคไข้เลือดออกจะมีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้ ลักษณะคล้ายยุงกัด แต่จะไม่คัน
2. ปวดท้อง
โรคไข้เลือดออกจะมีอาการปวดท้องบริเวณชายโครงขวา
3. เลือดออกผิดปกติ
โรคไข้เลือดออกอาจมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรืออาเจียนเป็นเลือด
ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลพญาไท
ที่มาภาพปก : freepik/jcomp
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand