“ไข้เลือดออก” สถานการณ์ล่าสุด ป่วยเพิ่ม 1.7 เท่าน่าห่วงกว่า “โควิด”

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ไข้เลือดออก” สถานการณ์ล่าสุด ป่วยเพิ่ม 1.7 เท่าน่าห่วงกว่า “โควิด”

สรุปข่าว

วันนี้ ( 4 ส.ค. 66 )นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึง สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ว่า ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงพีค คือ ช่วงที่มีการป่วยสูงสุดของการระบาด ซึ่งสธ.กำลังจับตาดูว่าจะพีคมากน้อยอย่างไร ตามธรรมชาติเมื่อการระบาดพ้นช่วงพีคแล้ว ผู้ป่วยจะค่อยๆ ลดลงเป็นช่วงขาลง 


ขณะเดียวกัน ธรรมชาติของโรคไข้เลือดออก มักจะค่อยๆ ลดลงในช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน โดยพบว่า รูปแบบการระบาดเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะพบผู้ป่วยมากในวอร์ดเด็ก แต่ปีนี้พบผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อาจเพราะสาเหตุเด็กเกิดน้อยลง ทำให้กลุ่มเป้าหมายการติดเชื้อน้อยลง


อย่างไรก็ตาม โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี เป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนั้น กรมควบคุมโรค ได้เฝ้าระวังตามระบบโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญในการช่วยกำจัดแหล่งกำเนิดลูกน้ำยุงลาย โดยเฉพาะในชุมชน จึงอยากเน้นย้ำให้มีการดูแลจุดเสี่ยงต่อการเพาะพันธุ์ของยุงลาย เช่น แจกัน กระถางรองต้นไม้ และจุดที่มีน้ำขัง 


หากมีอาการไม่สบาย เป็นไข้ ก็ขอให้ไปพบแพทย์ ถ้าไปพบครั้งแรกไม่หาย ก็ยังต้องไปพบเป็นครั้งที่ 2 เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง และอย่าไปซื้อยาแอสไพรินหรือยากลุ่มเอ็นเสดมากินเอง โดยเฉพาะผู้ใหญ่ 


สำหรับ แนวโน้มผู้ป่วยยังคงสูงอยู่ที่สัปดาห์ละประมาณ 4,000-5,000 คน จำนวนผู้ป่วยยังไม่ลดลง โดยพบกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังถึงสถานการณ์ไข้เลือดออกเป็นรายสัปดาห์ และต้องจับตาดูแนวโน้มในเดือน สิงหาคม โดยข้อมูลประจำสัปดาห์การระบาดที่ 29 ข้อมูลถึงวันที่ 26 กรกฏาคม 2566 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมอยู่ที่ 46,855 คน 


โดยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มจากสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,328 คน เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย อัตราการป่วยอยู่ที่ร้อยละ 70.80 ส่วนเสียชีวิตสะสม อยู่ที่ 41 ราย อัตราป่วยเสียชีวิตอยู่ที่ ร้อยละ 0.09 แต่หากดูเฉพาะเดือนกรกฎาคม มีผู้ป่วย 12,525 คน ซึ่งถือว่าสูงกว่าปีที่แล้วถึง 1.7 เท่า ซึ่งผู้ป่วยไข้เลือดออกอายุมากสุด 98 ปี สำหรับช่วงอายุที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุดอันดับ 1 ในช่วงอายุ 5 -14 ปี 


รองลงมา 15 -24 ปี โดยพบว่าในช่วง วัยทำงาน 25-34 ปีแนวโน้มผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในช่วงอายุนี้พบอัตราป่วยเสียชีวิตมากที่สุด อยู่ที่ 14 ราย


ทั้งนี้ ผลการสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย พบว่ายังเกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในหลายพื้นที่ โดยผลการส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ พบว่า ร้อยละ 38.2 เป็นเชื้อไวรัสเดงกี 1 รองลงมาร้อยละ 26.5 เป็นเชื้อไวรัสเดงกี 3 และร้อยละ 20.6 เป็นเดงกี 2


ภาพจาก : AFP

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ไข้เลือดออก
ไข้เลือดออกระบาด
ยุงลายยุง
อาการไข้เลือดออก
ยากินไข้เลือดออก