แนวทางคัดกรองผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" อาการไข้ มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต เดินทางตปท.

Share on Line Share on Facebook Share on X
แนวทางคัดกรองผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" อาการไข้ มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต เดินทางตปท.

สรุปข่าว


กรมการแพทย์ เตรียมออกแนวทางคัดกรองผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" โดยอาการเด่นที่จะช่วยคัดกรอง คือ ประวัติการเดินทาง และต่อมน้ำเหลืองโต  โดยวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมหารือทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงคลินิก

วันนี้ (26 ก.ค.65) ที่กรมการแพทย์ พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ ระบุถึงลักษณะของ "โรคฝีดาษลิง" และการติดโรค ว่า "โรคฝีดาษลิง" เป็นโรคใหม่สำหรับประเทศไทยแต่เป็นโรคเก่าของประเทศในทวีปแอฟริกา เกิดจาก DNA ไวรัส สัมผัสจากสารคัดหลั่ง สามารถติดได้จากการ สัมผัสตุ่มหนอง สารคัดหลั่งจากตุ่มแผล หรือ สารคัดหลั่งน้ำที่ออกจากร่างกาย เช่น น้ำลาย น้ำมูก  

ส่วนข้อมูล จาก CDC สหรัฐอเมริกาที่ออกมาระบุถึงการติดต่อของโรค ทางละอองฝอย พญ.นฤมล ระบุว่า จากรายงานที่ผ่านมาจะพบในละอองฝอยที่เกิดจากการหายใกล้ชิดกันที่ออกจากผู้ป่วย ส่วนการติดเชื้อในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ จากข้อมูลจะติดจากแม่สู่ลูก ตอนคลอดธรรมชาติก็อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ 

เนื่องจากเชื้ออยู่ทุกที่ของร่างกายโดยเฉพาะเยื่อบุอ่อน โดยระยะฟักตัวอยู่ระหว่าง 7-21 วัน โดย "โรคฝีดาษลิง" เป็นกลุ่มเดียวกับโรคไข้ทรพิษ และอีสุกอีใสที่มีอาการน้อยสุด 

เปิดแนวทางคัดกรองผู้ป่วย ฝีดาษลิง ประวัติการเดินทาง - ต่อมน้ำเหลืองโต

ส่วนความรุนแรงของโรค หากเทียบกับ "ไข้ทรพิษ" พบว่า "ฝีดาษวานร" มีอาการน้อยกว่า แต่หากเกิดในกลุ่มผู้ป่วย ติดเชื้อฝีดาษลิงและจะมีอาการรุนแรง กว่ากลุ่มทั่วไป เช่น กลุ่มผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ หรือกินยากดภูมิ ผู้ป่วยที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี หากติดเชื้ออาการก็จะรุนแรงได้ และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 

ฝีดาษลิง ลักษณะอาการตุ่มผื่น หนอง เป็นอย่างไร?

สำหรับตุ่มผื่น หนอง ของ "โรคฝีดาษ" ลิงสามารถที่จะขึ้นได้ทุกที่ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุอ่อนตามร่างกายทั้งจุดซ่อนเร้นและจุดที่ไม่ซ่อนเร้นเนื่องจากตัวเชื้อสามารถที่จะกระจายได้ทุกที่ของร่างกาย

ทั้งนี้ ลักษณะตุ่ม "โรคฝีดาษลิง" มี 4 ระยะ ระยะแรก คือ จะมีตุ่มผื่นแดง ระยะต่อไปไม่นาน ก็จะเริ่มเป็นตุ่มหนองปูดขึ้นมาตามร่างกาย ซึ่งระยะนี้จะแพร่โรคได้ คือมาจากตุ่มหนองที่แตก และระยะที่เป็นสะเก็ดแห้งซึ่งการติดต่อของโรคก็จะน้อยลง

ฝีดาษลิง รักษาอย่างไร?

การรักษาฝีดาษลิง เบื้องต้นเป็นการรักษาตามอาการที่พบของผู้ป่วย และยารักษาเฉพาะ หากมีอาการ ติดเชื้อ ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการดูจัดหาในกลุ่มยาต้านไวรัส ที่ใช้ในการรักษาไข้ทรพิษเนื่องจากประเทศไทยไม่มีไข้ทรพิษ จึงต้องดูในกลุ่มยาดังกล่าวจากต่างประเทศ

ฝีดาษลิง อาการเข้าข่ายต้องสงสัยโรค มีอะไรบ้าง?

ขณะเดียวกัน กรมการแพทย์ได้ออกแนวทาง เบื้องต้นให้กับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน ในการ "สังเกตอาการ" ผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยโรค เช่น หากพบผู้ป่วยมีไข้ มีตุ่มผื่น ขึ้นตามร่างกาย มีต่อมน้ำเหลืองโต และมีประวัติเดินทางต่างประเทศ ให้กักกันโรคทันที และรับรักษาสังเกตอาการ

ทั้งนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มผู้ป่วย ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยเข้าข่าย คือ มีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง และมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน ผู้ป่วยสงสัยคือผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรอผลตรวจโรค และผู้ป่วยยืนยัน

เปิดแนวทางคัดกรองผู้ป่วย ฝีดาษลิง ประวัติการเดินทาง - ต่อมน้ำเหลืองโต

อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตามเฝ้าระวังผู้ป่วยในกลุ่มอีสุกอีใส เริม งูสวัด โดยเริม งูสวัด จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนตามร่างกายและ ปลายประสาท ส่วนฝีดาษลิง ผู้ป่วยจะมีไข้และมีตุ่มหนองเช่นกัน แต่หากจะยืนยันว่าเป็นฝีดาษลิงหรือไม่ จะต้องยืนยันผลจากห้องตรวจปฎิบัติการ

สำหรับตัวไวรัส "ฝีดาษลิง" ลักษณะพิเศษ คือ มีเปลือกหุ้ม ถ้าถูกแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ล้างก็จะตายลงในที่สุด รวมถึง รวมถึงหากพบเชื้ออยู่ในจุดสัมผัสต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม สามารถที่จะทำความสะอาดเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ หรือซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ 27 ก.ค.2565 จะมีการประชุมถึงแนวทางการรักษาของสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน และคลินิกต่างๆ ต่อไป.



ภาพจาก แฟ้มภาพ AFP

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ฝีดาษลิงอาการฝีดาษลิงโรคฝีดาษลิง
ไวรัสฝีดาษลิง
ลิง
ไข้ทรพิษลิง
ฝีดาษ
วัคซีนฝีดาษ
ฝีดาษวานร
sticky-bar-top