เปิดตำนาน ขยี้แพรบนฟองเบียร์ 85 ปี "สุเทพ วงศ์กำแหง" โลกนี้คือละคร

เปิดตำนาน ขยี้แพรบนฟองเบียร์  85 ปี  "สุเทพ วงศ์กำแหง" โลกนี้คือละคร

สรุปข่าว





เกิดมาต้องตาย ร่างกายผุพัง

ผู้คนเขาชัง คิดยิ่งระวังไหวหวั่น

ต่างเกิดกันมาร่วมโลกเดียวกัน

ถือผิวชังพรรณ

บ้างเหยียดหยามกันเหลือเกิน

โลกนี้คือละคร บทบาทบางตอน

ชีวิตยอกย้อน ยับเยิน

ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ แสนเพลิน

เหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน 

 

โลกนี้คือละคร - ตำนานเพลงอันทรงคุณค่า 

 

เนื้อหาที่สะท้อนความเป็นจริงของชีวิต และให้แง่คิดที่อิงหลักธรรม บวกถ้อยคำสละสลวย  จากบทเพลง “โลกนี้คือละคร” ผ่านน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม ราวกับขยี้แพรบนฟองเบียร์ อีกหนึ่งผลงานสร้างชื่อให้กับเด็กหนุ่มบ้านนอก จาก อ.สูงเนิน อย่าง สุเทพ วงกำแหง ศิลปินนักร้องเพลงไทยสากล ที่มีผลงานดีเด่นทั้งในและนอกประเทศเป็นเวลาอันต่อเนื่องมากว่า 60  ปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2533 - สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง)  

 

“สุเทพ วงศ์กำแหง” นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสาม ของตำนานเพลงลูกกรุงเมืองไทย อันประกอบไปด้วย ชรินทร์ นันทนาคร และ ธานินทร์ อินทรเทพ  



 

กว่าจะเป็น “สุเทพ” 

 

เรืออากาศตรี สุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ท่านได้รับการศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอ

สุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับครูไศล ไกรเลิศ นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน เมื่อครูไศลมองเห็นแววความสามารถของสุเทพก็คิดจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมจึงชักชวนให้มาช่วยงาน  ทำให้ สุเทพ เริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงมากหน้าหลายตา 

ต่อมาท่านได้รับการสนับสนุนจาก พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงของท่านโดยช่วยส่งเสริมท่านในทางต่าง ๆ ครั้นสุเทพมีอายุครบกำหนดกฎเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้ท่านเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ครู ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง 

 

 

โด่งดังสร้างชื่อ..จาก สวลี ผกาพันธ์ุ

 

ภายหลังจากออกจากกองทัพอากาศแล้ว สุเทพก็ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักอย่างเต็มตัว และได้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับนักร้องรุ่นพี่ท่านหนึ่งคือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ อยู่เสมอ ในเวลานั้น สวลีเป็นนักร้องยอดนิยมแห่งยุคที่มีแฟนเพลงชื่นชอบมากมาย ดังนั้นเมื่อใครซื้อแผ่นเสียงของสวลีไป ก็มักจะมีเสียงสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก 

ดังนั้น คุณสุเทพจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งของท่านนั้น ได้รับอานิสงส์มาจากการที่ได้ร้องเพลงคู่กับคุณสวลี ผกาพันธุ์ด้วย 



 

ฉายานี้...ท่านได้จาก “รงค์ วงษ์สวรรค์” 

 

จุดเด่นของคุณสุเทพก็คือการที่ท่านมีน้ำเสียงที่ดีเป็นเลิศ มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนุ่มนวลชวนฟัง อีกทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นได้อย่างพิเศษ  จนได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์ ไม่ใช่เพราะร้องเพลงแล้วละเลียดเบียร์แต่อย่างใด แต่อุปมาอุปไมยน้ำเสียงนั้นเสนาะนุ่มราวฟองเบียร์ สัมผัสแผ่วเบาเนียนลื่นดังผ้าแพร ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครเคยปฏิเสธความไพเราะของน้ำเสียงอันทรงเสน่ห์นี้เลย

 


ตลอดชีวิตบนเส้นทางนักเพลงของ  สุเทพ วงศ์กำแหง  อัดแผ่นเสียงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 บทเพลง   ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน 5 ครั้ง จากเพลง “ในโลกแห่งความฝัน” “อาญารัก” “ใจพี่” “ม่านประเพณี” และ “ตัวไกลใจยัง” และอีก 2 รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทานจากเพลง “เพียงคำเดียว” และเพลง “ดาว” 


ตำนาน...ที่จะไม่มีวันลืม

 

แม้วันนี้  ชื่อของ สุเทพ วงศ์กำแหง กำลังจะกลายเป็นตำนานอันทรงคุณค่า บนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเมืองไทย เมื่อร่างกายร่วงโรยตามกาลเวลา ความตาย พรากชีวิตของปูชนียบุคคลท่านนี้ ไปอย่างไม่วันกลับ  แต่ชื่อและผลงานอันจะเป็นต้นแบบให้กับศิลปินรุ่นหลังได้ยืดเป็นแบบอย่าง อีกทั้งความดีที่เคยบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการคุณงามความดีที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมานี้  จะถูกจารึกไว้ในหัวใจแฟนเพลงและประชาชนคนไทย จนวาระสุดท้ายของชีวิต


 

 


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

สุเทพ วงศ์กำแหง
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง
เพลงลูกกรุง