ไต้ฝุ่น “ยีนฟ้า” ทวีกำลังโหดใน 12 ชม. จ่อเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” อีกลูก

พายุไต้ฝุ่น “ยีนฟ้า” ทวีกำลังอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นพายุระดับ 4 ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุลูกนี้มีโอกาสเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางความกังวลต่อพื้นที่หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงปลายสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักอุตุนิยมวิทยาคือ พายุยีนฟ้าทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงประมาณ 12 ชั่วโมง แม้ว่าภาพถ่ายดาวเทียมจะแสดงให้เห็นว่าพายุกำลังเผชิญกับอิทธิพลของลมเฉือนในระดับบรรยากาศชั้นบน ซึ่งโดยปกติจะเป็นปัจจัยขัดขวางการพัฒนาตัวของพายุ แต่ระบบหมุนเวียนภายในยังคงมีความแข็งแกร่ง และสามารถพัฒนาตาพายุที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้นได้ในช่วงหนึ่ง ก่อนที่ลมเฉือนจากทิศตะวันตกจะส่งผลให้ตาพายุเริ่มไม่ชัดเจนอีกครั้ง
สรุปข่าว
พายุไต้ฝุ่น “ยีนฟ้า” ทวีกำลังอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นพายุระดับ 4 ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุลูกนี้มีโอกาสเพิ่มความรุนแรงขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางความกังวลต่อพื้นที่หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงปลายสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักอุตุนิยมวิทยาคือ พายุยีนฟ้าทวีกำลังขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงประมาณ 12 ชั่วโมง แม้ว่าภาพถ่ายดาวเทียมจะแสดงให้เห็นว่าพายุกำลังเผชิญกับอิทธิพลของลมเฉือนในระดับบรรยากาศชั้นบน ซึ่งโดยปกติจะเป็นปัจจัยขัดขวางการพัฒนาตัวของพายุ แต่ระบบหมุนเวียนภายในยังคงมีความแข็งแกร่ง และสามารถพัฒนาตาพายุที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้นได้ในช่วงหนึ่ง ก่อนที่ลมเฉือนจากทิศตะวันตกจะส่งผลให้ตาพายุเริ่มไม่ชัดเจนอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน พายุยีนฟ้ากำลังอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบบความกดอากาศสูงหลายบริเวณ โดยเฉพาะบริเวณทะเลฟิลิปปินส์ ส่งผลให้พายุเคลื่อนตัวช้าลงจนแทบหยุดนิ่งเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งการเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ อาจทำให้น้ำทะเลที่เย็นกว่าจากชั้นล่างถูกดึงขึ้นมาสู่ผิวน้ำ และส่งผลให้พายุไม่สามารถทวีกำลังได้มากนักในช่วงระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม แบบจำลองพยากรณ์อากาศประเมินว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวันอังคารที่ 27 ตุลาคมเป็นต้นไป สภาพแวดล้อมโดยรอบพายุจะเริ่มเอื้อต่อการพัฒนาตัวมากขึ้น เนื่องจากลมเฉือนมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง ขณะที่พายุจะเริ่มเคลื่อนตัวเร็วขึ้นและออกจากบริเวณน้ำทะเลที่เย็นลงจากอิทธิพลของตัวเอง ทำให้มีโอกาสกลับมาทวีกำลังอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
คาดการณ์ว่าพายุยีนฟ้าอาจทวีกำลังขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นในวันพุธที่ 28 ตุลาคม และอาจรักษาความรุนแรงดังกล่าวไปจนถึงวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ก่อนที่จะเริ่มอ่อนกำลังลงจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ลดต่ำลงและอิทธิพลของลมเฉือนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ เกาะอาลามากัน เกาะปากัน เกาะอากริฮัน เกาะไซปัน และเกาะทิเนียน ในเครือหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐฯ ระบุว่า พายุมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะมาเรียนาตอนเหนือในช่วงปลายสัปดาห์ แต่เส้นทางและช่วงเวลาที่พายุจะเคลื่อนผ่านยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เบื้องต้นยังไม่มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศใด
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอย่างรวดเร็วของพายุยีนฟ้าสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สามารถเปลี่ยนแปลงความรุนแรงได้ภายในเวลาอันสั้น แม้จะมีปัจจัยบางอย่างขัดขวางการก่อตัวของพายุก็ตาม จึงจำเป็นต้องติดตามทั้งความเร็วลม เส้นทางการเคลื่อนตัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลายวันข้างหน้า โดยพายุลูกนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย
- จับตา “ยีนฟ้า” พายุลูกใหม่ก่อตัวแล้ว คาดทวีกำลังเป็นโซนร้อน ภายใน 72 ชั่วโมง
- ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “จำปี” ถล่มไต้หวัน-ญี่ปุ่น คาดพายุไม่เคลื่อนขึ้นฝั่ง แต่ยังต้องจับตาทิศทาง
- ไต้ฝุ่น “จำปี” มุ่งหน้าไต้หวัน! ไทยรอดหรือไม่?
- เตือน 18-25 ต.ค. ทั่วไทยฝนตกหนัก เช็กเลยจังหวัดไหนเสี่ยงบ้าง
- อุตุฯ เตือนฉบับที่ 1 ฝนตกหนักช่วง 18-25 ต.ค. เฝ้าระวังระวังน้ำท่วม น้ำป่า ดินโคลนถล่ม
ที่มาข้อมูล : JMA
ที่มารูปภาพ : Weathernerds.org
