ไทยอากาศแปรปรวน กลางเดือนต.ค.! ใต้ระวังฝนหนัก-น้ำท่วม ส่วนไทยตอนบน “รอลมหนาว”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยอากาศแปรปรวน กลางเดือนต.ค.!  ใต้ระวังฝนหนัก-น้ำท่วม ส่วนไทยตอนบน “รอลมหนาว”

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ไทยตอนบนเริ่มมีสัญญาณลมหนาวปลายเดือนตุลาคม

 

ในช่วงวันที่ 21–25 ต.ค. ประเทศไทยยังคงเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงบางพื้นที่ แต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงอากาศหนาวอย่างเต็มตัว อิทธิพลหลักยังคงมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามัน ส่งผลให้กระแสลมไหลเวียนเข้าหากันและพัดปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง รวมถึงฝั่งทะเลอันดามัน แม้ระบบอากาศดังกล่าวจะยังไม่พัฒนาเป็นพายุ หรือมีความรุนแรงถึงระดับสุดขั้ว (Extreme) แต่ก็มีแนวโน้มทำให้เกิดฝนตกหนักและตกต่อเนื่องได้

 

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีแนวโน้มกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงชาวเรือและชาวประมง เพิ่มความระมัดระวัง


สรุปข่าว

ช่วง 21–25 ต.ค. ภาคใต้เสี่ยงฝนตกหนักต่อเนื่องจากร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ขณะที่ประเทศไทยตอนบนฝนลดลง แต่ยังมีฝนบางพื้นที่ อากาศกลางวันร้อน ส่วนภาคเหนือและอีสานตอนบนเริ่มเย็นในช่วงเช้า และในช่วงวันที่ 26 ต.ค.–3 พ.ย. เริ่มมีสัญญาณลมหนาวพัดเข้าสู่ไทยตอนบน ส่วนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ไทยตอนบนเริ่มมีสัญญาณลมหนาวปลายเดือนตุลาคม

 

ในช่วงวันที่ 21–25 ต.ค. ประเทศไทยยังคงเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงบางพื้นที่ แต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงอากาศหนาวอย่างเต็มตัว อิทธิพลหลักยังคงมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามัน ส่งผลให้กระแสลมไหลเวียนเข้าหากันและพัดปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง รวมถึงฝั่งทะเลอันดามัน แม้ระบบอากาศดังกล่าวจะยังไม่พัฒนาเป็นพายุ หรือมีความรุนแรงถึงระดับสุดขั้ว (Extreme) แต่ก็มีแนวโน้มทำให้เกิดฝนตกหนักและตกต่อเนื่องได้

 

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีแนวโน้มกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงชาวเรือและชาวประมง เพิ่มความระมัดระวัง


ส่วนประเทศไทยตอนบน ปริมาณฝนเริ่มลดลงบ้าง แต่ยังไม่หมดไป และยังไม่เข้าสู่ช่วงอากาศหนาว โดยอุณหภูมิบริเวณพื้นราบยังไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ยังมีโอกาสเกิดฝนบางแห่งจากอิทธิพลของกระแสลมตะวันออกที่มีทิศทางแปรปรวนและไม่คงที่ ขณะที่พื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรีมีฝนลดลงแล้ว ส่วนอุณหภูมิในช่วงกลางวันมีแนวโน้มร้อนขึ้น

 

สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เริ่มได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนที่แผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้ช่วงเช้ามีอากาศเย็น และยังสามารถพบทะเลหมอกตามหุบเขาต่าง ๆ ได้ในบางพื้นที่

 

ขณะที่แนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 26 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2569 เริ่มมีสัญญาณของลมหนาวพัดเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น โดยทิศทางลมมีแนวโน้มเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม สัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศด้านอื่น ๆ ยังไม่ชัดเจน และความแปรปรวนของสภาพอากาศยังไม่สิ้นสุด


คาดว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยอาจยังมีฝนตกในช่วงแรก ก่อนที่อุณหภูมิในช่วงเช้าจะเริ่มลดลง และมีหมอกปกคลุมบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวชมทะเลหมอก อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายถึงเย็นยังมีโอกาสเกิดฝนได้ ประชาชนจึงควรดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง


ส่วนภาคใต้ เมื่อกระแสลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมหนาวมีกำลังแรงขึ้น จะส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ยังคงมีฝนตก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงคลื่นลมในทะเลที่มีแนวโน้มกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการทำประมง


ทั้งนี้ แม้อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้าของประเทศไทยตอนบนจะมีแนวโน้มลดลง แต่คาดว่าจะลดลงไม่มากนัก และยังต้องติดตามความชัดเจนของสัญญาณลมหนาวในระยะต่อไป ประชาชนควรติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่ประมาท และรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Somkuan Tonjan

ที่มารูปภาพ : Somkuan Tonjan