ไต้ฝุ่น “ตู้เจวียน” จ่อถล่มญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไต้ฝุ่น “ตู้เจวียน” จ่อถล่มญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่นรายงานว่า พายุไต้ฝุ่น“ตู้เจวียน” หมายถึง “กุหลาบพันปี" ตั้งชื่อโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพายุลูกที่ 25 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ญี่ปุ่น กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณน่านน้ำทางตอนใต้ของญี่ปุ่นด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเฉียดผ่านภูมิภาคคันโต รวมถึงกรุงโตเกียว และภูมิภาคโทไกของญี่ปุ่น ในช่วงบ่ายวันจันทร์ถึงเช้าตรู่วันอังคาร 

ก่อนที่จะเคลื่อนตัวต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งภูมิภาคโทโฮคุ โดยอาจเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งหรือเฉียดใกล้บริเวณคาบสมุทรโบโซ ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว

สรุปข่าว

พายุไต้ฝุ่น“ตู้เจวียน” กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณน่านน้ำทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเฉียดผ่านภูมิภาคคันโต รวมถึงกรุงโตเกียว และภูมิภาคโทไกของญี่ปุ่น ในช่วงบ่ายวันจันทร์ถึงเช้าตรู่วันอังคาร สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่นรายงานว่า พายุไต้ฝุ่น“ตู้เจวียน” หมายถึง “กุหลาบพันปี" ตั้งชื่อโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพายุลูกที่ 25 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ญี่ปุ่น กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณน่านน้ำทางตอนใต้ของญี่ปุ่นด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเฉียดผ่านภูมิภาคคันโต รวมถึงกรุงโตเกียว และภูมิภาคโทไกของญี่ปุ่น ในช่วงบ่ายวันจันทร์ถึงเช้าตรู่วันอังคาร 

ก่อนที่จะเคลื่อนตัวต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งภูมิภาคโทโฮคุ โดยอาจเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งหรือเฉียดใกล้บริเวณคาบสมุทรโบโซ ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว

ผลกระทบของพายุลูกนี้ คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากใน 24 ชั่วโมง ในภูมิภาคคันโตและหมู่เกาะอิซุอาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 200-250 มิลลิเมตร และในวันถัดไปอาจสะสมเพิ่มขึ้นรวมเป็น 400 มิลลิเมตร เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน   คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งที่สนามบินนาริตะและฮาเนดะ และรถไฟชินคันเซ็น

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงที่พายุเข้า และตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านสายการบินหรือสื่อในประเทศเป็นระยะ


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Somkuan Tonjan