
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวิธีการป้องกันน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาสูงก่อนหลากท่วมหมู่บ้าน และชุมชน เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอ.ปัว และอ.ท่าวังผา ในจ.น่านอย่างหนักควรจัดการอย่างไร
วิธีป้องกันน้ำไหลหลากจากภูเขาสูงลงสู่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบ(Upland & Hillside Prevention) ทำได้ด้วยการประสมประสานหลักการทางวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อเปลี่ยนทิศทางน้ำร่วมกับ วิศวกรรมทางธรรมชาติเพื่อลดความ เร็วและกักเก็บน้ำไว้ก่อนถึงตัวบ้าน
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวิธีการป้องกันน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาสูงก่อนหลากท่วมหมู่บ้าน และชุมชน เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอ.ปัว และอ.ท่าวังผา ในจ.น่านอย่างหนักควรจัดการอย่างไร
วิธีป้องกันน้ำไหลหลากจากภูเขาสูงลงสู่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบ(Upland & Hillside Prevention) ทำได้ด้วยการประสมประสานหลักการทางวิศวกรรมโครงสร้างเพื่อเปลี่ยนทิศทางน้ำร่วมกับ วิศวกรรมทางธรรมชาติเพื่อลดความ เร็วและกักเก็บน้ำไว้ก่อนถึงตัวบ้าน
กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามแนวเขา ดังนี้
1. การจัดการบนภูเขาและพื้นที่ลาดชัน (ลดความเร็วและดูดซับน้ำ)
1.1.การปลูกพืชคลุมดินและแนวป่า (Vegetation Buffers)โดยทำการปลูกหญ้าแฝกไม้พุ่มและไม้ยืนต้นรากลึกตามแนวขวางของคอม้าบนภูเขาเพื่อให้รากช่วยยึดเกาะหน้าดินเพิ่มอัตราการซึมน้ำลงดิน และลดความรุนแรงของมวลน้ำ
1.2.ทำขั้นบันไดดักน้ำ (Terracing & Ridges)โดยปรับพื้นที่ลาดชันให้เป็นขั้นบันได พร้อมขุดร่องและถมคันดินตามแนวระดับ เพื่อชะลอและดักน้ำฝนไม่ให้ไหลมารวมกันเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ลงสู่ด้านล่า
1.3 สร้างฝายชะลอน้ำ(Check Dams) ทำการสร้างฝายขนาดเล็กขวางทางน้ำในลำห้วยหรือร่องเขาเพื่อชะลอความ เร็วของกระแสน้ำป่า และดักจับตะกอนดินไม่ให้ไหลลงมาทับถมหมู่บ้านด้านล่าง
2. การจัดการบริเวณตีนเขา (เปลี่ยนทิศทางและกักเก็บ)
2.1.ทำการขุดคูดักน้ำและร่องระบายน้ำรอบหมู่บ้าน(Diversion Channels / Swales) การขุดร่องระบายน้ำขนาดใหญ่ (Bioswales) บริเวณตีนเขาที่เป็นจุดต่อชนกับหมู่บ้านเพื่อช่วยเบี่ยงเบนทางไหลของมวลน้ำให้ไหลอ้อมชุมชนออกไปสู่แม่น้ำสายหลักหรือไปยังพื้นที่แก้มลิง
2.2.การสร้างคันดินหรือกำแพงกันดิน (Earthen Berms & Retaining Walls) ทำการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตหรือถมคันดินเสริมความแข็งแกร่งบริเวณตีนเขาเพื่อเป็นปราการด่านแรกในการช่วยบล็อกมวลน้ำและโคลนถล่ม
2.3.ทำอ่างเก็บน้ำหรือแก้มลิงตีนเขา (Retention Ponds)โดยการขุดสระพักน้ำขนาดใหญ่ไว้รองรับมวลน้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขาโดยตรง เพื่อหน่วงน้ำไว้ก่อนจะระบายออกอย่างเป็นระบบ
3.การป้องกันในตัวหมู่บ้าน (การปรับตัวทางกายภาพ
3.1.ปรับปรุงระบบท่อและทางระบายน้ำ (Upgraded Drainage)โดยการขยายขนาดท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลองในหมู่บ้านไม่ให้มีสิ่งกีดขวางและสร้างระบบบล็อกคอนกรีตระบายน้ำ (Box Culverts) เพื่อส่งน้ำออกพ้นพื้นที่ให้เร็วที่สุด
3.2.ติดตั้งวาล์วกันน้ำย้อน (Backflow Valves)ทำการติดตั้งระบบวาล์วเปิด- ปิดทางเดียวที่ท่อระบายน้ำของหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกหรือน้ำป่าหนุนทะลักย้อนกลับเข้ามาตามท่อระบายน้ำ
3.3.สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Systems)โดยการติดตั้งเซน เซอร์ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำบนเขา พร้อมเชื่อมต่อระบบกระจายเสียงหรือไซเรนในหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านมีเวลาอพยพและเตรียมกระสอบทรายกั้นหน้าบ้านได้ทันท่วงที
- GISTDA เปิดข้อมูลดาวเทียม น้ำท่วมอีสาน 6 จังหวัด กว่า 2 แสนไร่
- เตือนน่านเฝ้าระวังฝนหนัก เสี่ยงน้ำป่า-ดินสไลด์ 23 ส.ค. 69
- น้ำท่วมจริง ภาพอาจปลอม! เปิดวิธีจับโป๊ะ “ภาพภัยพิบัติจาก AI”
- พยากรณ์อากาศ 15 วันล่วงหน้า ปลายส.ค.-ต้นก.ย.ฝนเพิ่ม เหนือ-อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วม
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 22 ส.ค.69 อุตุฯ เตือน 22-24 ส.ค.ไทยฝนลดลง แต่ยังมีฝนหนักบางแห่ง
ที่มาข้อมูล : Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : AFP
