
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. คาดการณ์สถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก
ฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 59% ของความจุเก็บกัก คิดเป็นปริมาณมากกว่า 47,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ประมาณ 41% หรือมากกว่า 23,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
สรุปข่าว
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. คาดการณ์สถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 14–16 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก
ฝนที่ตกต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 59% ของความจุเก็บกัก คิดเป็นปริมาณมากกว่า 47,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ประมาณ 41% หรือมากกว่า 23,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตาม สทนช. ยังคงเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุเก็บกัก จำนวน 73 แห่ง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 13 แห่ง และขนาดกลาง 60 แห่ง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาไม่กระจายตัวทั่วทุกพื้นที่ โดยมีปัจจัยจากสถานการณ์เอลนีโญที่อาจทำให้เกิดความแตกต่างของปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่
สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ได้แก่ ภาคเหนือ ได้แก่ เขื่อนแม่มอก เขื่อนทับเสลา และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ภาคกลาง ได้แก่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนกระเสียว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำตะคอง และเขื่อนมูลบน ภาคตะวันออก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด และอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ส่วนภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนปราณบุรี
ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% มีจำนวน 60 แห่ง แบ่งเป็นภาคเหนือ 5 แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27 แห่ง ภาคตะวันออก 9 แห่ง ภาคตะวันตก 12 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 50–90 เซนติเมตร โดย สทนช. คาดว่าระดับน้ำโขงจะเริ่มลดลงภายใน 2–5 วัน แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดนครพนมและหนองคาย
ขณะเดียวกัน จังหวัดริมแม่น้ำโขงได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ทั้งการจัดเตรียมกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า หากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนพื้นที่ภาคเหนือยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พะเยา สุโขทัย และน่าน ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางยังสามารถบริหารจัดการได้
รองเลขาธิการ สทนช. ยังกล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์เอลนีโญว่า อาจส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2570
สทนช. จึงขอให้เกษตรกรเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงที่มีปริมาณน้ำจำกัด ลดการใช้น้ำที่สิ้นเปลือง และวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ เพื่อเตรียมรับมือความผันผวนของสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป
- “เอลนีโญ” แรงปลายปี คาดฤดูฝนอาจสั้น ฤดูหนาวอาจไม่หนาวอย่างที่คิด
- โซมาเลียวิกฤตหนัก! เด็ก 1 ใน 2 ขาดสารอาหาร ขณะที่เงินช่วยเหลือหายเกือบหมด
- จับตาวิกฤตปาล์ม! “ซูเปอร์เอลนีโญ” เร่งภัยแล้ง ผลผลิตอินโดฯ อาจหาย 2 ล้านตัน
- “ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อถล่มไทย เสี่ยงซ้ำเติม “ภัยแล้ง” วิกฤตหนัก ข้าวไทยเสี่ยงสูญ 5.4 ล้านตัน!
- อังกฤษแล้งหนัก! 45 ล้านคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง 27 ล้านคนถูกจำกัดใช้น้ำ
