
หลังหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเพิ่งเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนที่ตกหนัก สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกำลังเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ทั้งเมืองใหญ่และชุมชนชนบทต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น และมีเวลาฟื้นตัวจากภัยพิบัติน้อยลง
มวลน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าราวกับคลื่นสึนามิ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มขยายผลกระทบไปยังอีกหลายมณฑล เมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีกำหนดเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในช่วงสุดสัปดาห์
สรุปข่าว
หลังหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเพิ่งเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนที่ตกหนัก สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกำลังเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ทั้งเมืองใหญ่และชุมชนชนบทต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น และมีเวลาฟื้นตัวจากภัยพิบัติน้อยลง
มวลน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าราวกับคลื่นสึนามิ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มขยายผลกระทบไปยังอีกหลายมณฑล เมื่อซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีกำหนดเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในช่วงสุดสัปดาห์
ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้มากถึง 6 ลูกสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 3.8 ลูกและในจำนวนนี้อาจมี 2-3 ลูกขึ้นฝั่งจีนมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 1.8 ลูกอีกทั้งยังมีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงกว่าปกติ
เบนจามิน ฮอร์ตันคณบดีคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกง กล่าวว่า ปัญหาคือเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้กำลังเกิดบ่อยขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จำนวนครั้งเพิ่มขึ้น แต่ความรุนแรงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้ผู้คนและชุมชนแทบไม่มีเวลาฟื้นตัวหรือปรับตัวให้พร้อมรับมือกับภัยครั้งต่อไป
เขาเตือนว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแนวโน้มจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงและถี่ขึ้น ซึ่งจะนำฝนในปริมาณมหาศาล สร้างน้ำท่วม ดินถล่ม ความเสียหายต่อพื้นที่เกษตร และการสูญเสียชีวิต พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
ขณะเดียวกัน จีนกำลังเตรียมรับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่สองที่เข้ามาภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดย“บาหวี่” มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 1,000 กิโลเมตรและเคยขึ้นฝั่งที่เกาะโรตาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ด้วยความเร็วลมสูงกว่า 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้พายุหมุนเขตร้อนเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญน้ำท่วม ดินถล่ม และความเสียหายต่อภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง สำหรับจีน เดือนกรกฎาคมปีนี้อาจเป็นอีกช่วงเวลาที่ต้องรับมือกับพายุเหนือกว่าค่าเฉลี่ย ทั้งในด้านจำนวนและความรุนแรง สะท้อนความจำเป็นในการเสริมสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติในอนาคต
- ไต้หวันระทึก! ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" จ่อขึ้นฝั่ง ประชาชนแห่กักตุนอาหาร
- ทะเลเดือด จุดชนวนพายุยักษ์! ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “บาหวี่” ลมแรงเฉียด 290 กม./ชม.
- ลุ้นพายุอีก 20 ลูกปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้เข้าไทยอาจแค่ 1-2 ลูก
- เดือนก.ค. พายุเริ่มคึกคัก เปิดสถิติพายุเข้าไทยเดือนก.ค. ในรอบ 75 ปี
- พายุ “ไมสัก” จ่อขึ้นฝั่งจีนตอนใต้ เตือนเหนือ-อีสานฝนหนักถึงหนักมาก
