พายุ “บาหวี่” กลางแปซิฟิก จ่อระเบิดกำลังเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ยังต้องจับตาเส้นทางการเคลื่อนตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
พายุ “บาหวี่” กลางแปซิฟิก จ่อระเบิดกำลังเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ยังต้องจับตาเส้นทางการเคลื่อนตัว

ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นของฟิลิปปินส์รายงานในวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่า พายุโซนร้อน “บาหวี่” ซึ่งเป็นชื่อของทิวเขาในภาคเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งโดยประเทศเวียดนาม นับเป็นพายุลูกที่ 9 ของฤดูกาลไต้ฝุ่นแปซิฟิกปีนี้ ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยแนวโน้มกำลังทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็น “ไต้ฝุ่น” ภายในคืนวันนี้


รายงานระบุว่า พายุบาหวี่มีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มเมฆฝนหนาแน่นก่อตัวและหมุนเวียนเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น พร้อมสัญญาณการพัฒนา “กำแพงตาพายุ” (eyewall) ที่เริ่มสมบูรณ์มากขึ้น


สรุปข่าว

พายุโซนร้อน “บาหวี่” พายุลูกที่ 9 ในมหาสมุทนแปซิฟิก จ่อทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีแนวโน้มทวีกำลังแรงเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ในช่วงวันที่ 4-5 ก.ค.นี้ แต่ยังไม่มีแนวโน้มขึ้นฝั่งที่ไหน พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและอาจได้รับผลกระทบในขณะนี้ ได้แก่ เกาะกวม และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทยเพราะยังอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก แต่ยังต้องติดตามเส้นทางพายุอย่างใกล้ชิด

ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นของฟิลิปปินส์รายงานในวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่า พายุโซนร้อน “บาหวี่” ซึ่งเป็นชื่อของทิวเขาในภาคเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งโดยประเทศเวียดนาม นับเป็นพายุลูกที่ 9 ของฤดูกาลไต้ฝุ่นแปซิฟิกปีนี้ ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยแนวโน้มกำลังทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็น “ไต้ฝุ่น” ภายในคืนวันนี้


รายงานระบุว่า พายุบาหวี่มีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มเมฆฝนหนาแน่นก่อตัวและหมุนเวียนเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น พร้อมสัญญาณการพัฒนา “กำแพงตาพายุ” (eyewall) ที่เริ่มสมบูรณ์มากขึ้น


นักพยากรณ์เตือนว่า สภาพมหาสมุทรที่อุ่นจัดและความชื้นในระดับกลางเอื้อต่อการ “ทวีความรุนแรงแบบฉับพลัน” โดยมีความเป็นไปได้สูงมากที่พายุจะเข้าสู่ช่วงทวีกำลังอย่างรวดเร็ว ใน 24–48 ชั่วโมงข้างหน้า และมีแนวโน้มไปถึงระดับ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ในช่วงวันที่ 4-5 ก.ค.นี้ 


พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เกาะกวม และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา (โรตา ไทเนียน และไซปัน) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงช่วงปลายสัปดาห์นี้จนถึงวันจันทร์ ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเตือนภัยชายฝั่ง แต่คาดว่าอาจมีการยกระดับคำเตือนภายในวันเสาร์ หากแนวโน้มทวีความรุนแรงยังคงต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ยังไม่มีแนวโน้มขึ้นฝั่งที่ไหน และยังอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก เพราะฉะนั้น ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย แต่ยังต้องติดตามเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ที่มาข้อมูล : PAGASA

ที่มารูปภาพ : Himawari