“ญี่ปุ่น” ผวาพายุคู่! “เมขลา-ฮีโกส” จ่อถล่ม จับตา “ฟูจิวารา” เพิ่มความแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ญี่ปุ่น” ผวาพายุคู่!  “เมขลา-ฮีโกส” จ่อถล่ม จับตา “ฟูจิวารา” เพิ่มความแรง

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ออกประกาศเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังพบพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกกำลังทวีกำลังแรงขึ้นและมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง คลื่นลมรุนแรง รวมถึงความเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่


พายุลูกแรกคือ ไต้ฝุ่น “เมขลา” (Mekkhala) พายุหมายเลข 7 ของฤดูกาลไต้ฝุ่นแปซิฟิกปี 2569 ซึ่งยังคงมีกำลังอยู่ในระดับรุนแรงมาก โดยล่าสุดเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เกาะโอกินาวาระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน ก่อนมุ่งหน้าสู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น


ขณะเดียวกัน ได้เกิดพายุโซนร้อนลูกใหม่ชื่อ “ฮีโกส” (Higos) พายุลูกที่ 8 ของฤดูกาล บริเวณหมู่เกาะมาเรียนา โดยชื่อ “ฮีโกส” มีความหมายว่า “ผลมะเดื่อ” ซึ่งเป็นชื่อที่สหรัฐอเมริกาเสนอให้ใช้ในการตั้งชื่อพายุ คาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นทางเหนือและเฉียดประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน


สรุปข่าว

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกที่ก่อตัวพร้อมกันในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยไต้ฝุ่น "เมขลา" และพายุโซนร้อน "ฮีโกส" มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นักอุตุนิยมวิทยาจับตาความเป็นไปได้ของการเกิดปรากฏการณ์ "ฟูจิวารา" ซึ่งอาจเพิ่มความซับซ้อนของเส้นทางพายุและดึงความชื้นจำนวนมหาศาลเข้าสู่ญี่ปุ่น ส่งผลให้หลายพื้นที่เสี่ยงเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และคลื่นลมรุนแรง โดยพายุทั้ง 2 ลูกนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ออกประกาศเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังพบพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกกำลังทวีกำลังแรงขึ้นและมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง คลื่นลมรุนแรง รวมถึงความเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่


พายุลูกแรกคือ ไต้ฝุ่น “เมขลา” (Mekkhala) พายุหมายเลข 7 ของฤดูกาลไต้ฝุ่นแปซิฟิกปี 2569 ซึ่งยังคงมีกำลังอยู่ในระดับรุนแรงมาก โดยล่าสุดเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ และมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เกาะโอกินาวาระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน ก่อนมุ่งหน้าสู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น


ขณะเดียวกัน ได้เกิดพายุโซนร้อนลูกใหม่ชื่อ “ฮีโกส” (Higos) พายุลูกที่ 8 ของฤดูกาล บริเวณหมู่เกาะมาเรียนา โดยชื่อ “ฮีโกส” มีความหมายว่า “ผลมะเดื่อ” ซึ่งเป็นชื่อที่สหรัฐอเมริกาเสนอให้ใช้ในการตั้งชื่อพายุ คาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นทางเหนือและเฉียดประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน


นักอุตุนิยมวิทยากำลังเฝ้าจับตาความเป็นไปได้ของการเกิดปรากฏการณ์ “ฟูจิวารา” (Fujiwhara Effect) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูกเคลื่อนเข้าใกล้กันจนส่งอิทธิพลต่อเส้นทางการเคลื่อนที่ของกันและกัน โดยอาจดึงมวลอากาศร้อนชื้นจำนวนมหาศาลเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น


สิ่งที่น่ากังวลคือ ความชื้นจากพายุทั้งสองลูกอาจเข้าไปเสริมกำลังแนวปะทะอากาศในฤดูฝนของญี่ปุ่น ทำให้เกิดกลุ่มเมฆฝนขนาดใหญ่และฝนตกหนักสะสม โดยเฉพาะบริเวณเกาะคิวชูและเกาะชิโกกุ ทางการญี่ปุ่นจึงเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และระดับน้ำในแม่น้ำที่อาจเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว พร้อมขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย


นอกจากนี้ ยังมีการเตือนคลื่นลมแรงในทะเล โดยคาดว่าบางพื้นที่อาจมีคลื่นสูงถึง 4-6 เมตร ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและกิจกรรมทางทะเลตลอดช่วงที่พายุเคลื่อนเข้าใกล้


สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุทั้งสองลูกยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศ เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ไทย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 24-29 มิถุนายน ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศเวียดนาม


ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร


กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ขณะที่ชาวเรือทั้งในทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วงดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Windy