
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับสัญญาณเตือนก่อน อาคารเก่าถล่ม!
เหตุการณ์แผ่นปูนกันสาดชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์เก่าแก่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ทรุดตัวพังถล่มลงมาทับเส้นทางสัญจรด้านล่าง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและย่านการค้าที่มีประชาชนสัญจรอยู่ตลอดเวลา
ในความเป็นจริง อาคารที่กำลังเสื่อมสภาพหรือมีความเสี่ยงต่อการพังถล่ม มักจะแสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้สังเกตได้ก่อนเกิดเหตุเสมอ เนื่องจากโครงสร้างเริ่มสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก และค่อย ๆ แสดงความเสียหายออกมาทีละน้อย หากประชาชนสามารถสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ได้ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียได้
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับสัญญาณเตือนก่อน อาคารเก่าถล่ม!
เหตุการณ์แผ่นปูนกันสาดชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์เก่าแก่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ทรุดตัวพังถล่มลงมาทับเส้นทางสัญจรด้านล่าง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและย่านการค้าที่มีประชาชนสัญจรอยู่ตลอดเวลา
ในความเป็นจริง อาคารที่กำลังเสื่อมสภาพหรือมีความเสี่ยงต่อการพังถล่ม มักจะแสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้สังเกตได้ก่อนเกิดเหตุเสมอ เนื่องจากโครงสร้างเริ่มสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก และค่อย ๆ แสดงความเสียหายออกมาทีละน้อย หากประชาชนสามารถสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ได้ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียได้
สัญญาณเตือนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ รอยร้าวบนโครงสร้าง โดยเฉพาะรอยร้าวที่มีความกว้างมากกว่า 3 มิลลิเมตร หรือรอยร้าวแนวเฉียงและแนวนอนบนเสา คาน และผนังรับน้ำหนัก ซึ่งมักจะขยายตัวและลึกขึ้นตามกาลเวลา นอกจากนี้ หากประตูหรือหน้าต่างที่เคยใช้งานได้ตามปกติเริ่มเปิดปิดยากผิดสังเกต อาจเป็นสัญญาณว่าผนังหรือฐานรากของอาคารกำลังทรุดตัวจนเกิดการบิดเบี้ยวของโครงสร้าง
อีกหนึ่งสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม คือ พื้นหรือเพดานที่เริ่มแอ่นตัวและลาดเอียงจากเดิมที่เคยราบเรียบ รวมถึงผนังหรือเสาคอนกรีตที่มีลักษณะปูดบวม เอียง คอนกรีตแตกร่อนจนเห็นเหล็กเส้นภายใน หรือพบสนิมกัดกร่อนอย่างชัดเจน ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าโครงสร้างกำลังเสื่อมสภาพและอาจสูญเสียความแข็งแรง
ขณะเดียวกัน ความชื้นและน้ำรั่วซึมสะสมเป็นเวลานานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เร่งให้อาคารเสื่อมสภาพ เพราะน้ำสามารถซึมเข้าไปทำลายเนื้อปูนและทำให้เหล็กเสริมภายในเกิดสนิม เมื่อสนิมขยายตัวจะดันให้คอนกรีตแตกร้าวและหลุดร่อนออกมาได้
นอกจากสัญญาณที่มองเห็นได้แล้ว อาคารที่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตยังอาจส่งสัญญาณผ่านเสียงผิดปกติ เช่น เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีของโครงสร้างภายใน หรือเสียงดังเปรี้ยะคล้ายวัสดุแตกหัก ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าส่วนประกอบสำคัญของอาคารอาจกำลังรับน้ำหนักเกินขีดจำกัดและเริ่มเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง
หากพบสัญญาณเหล่านี้ โดยเฉพาะรอยร้าวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาคารเอียงผิดปกติ หรือมีเสียงลั่นจากโครงสร้าง ควรรีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นหรือวิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจสอบโดยด่วน เพราะการสังเกตความผิดปกติเพียงเล็กน้อยและดำเนินการอย่างทันท่วงที อาจช่วยป้องกันเหตุสลดและรักษาชีวิตผู้คนได้ก่อนที่อาคารจะพังถล่มลงมา
- เคลียร์จบ! กทม.ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย “ตึกถล่ม สตง.”
- ศาลอนุมัติหมายจับ 17 ราย คดีตึก สตง.ถล่ม รื้อความรับผิดระบบก่อสร้างรัฐ
- ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุยค้นหาผู้สูญหาย 14 ราย คาด 3-4 วัน เคลียร์พื้นที่ตึกสตง.
- ยอดผู้เสียชีวิตตึก สตง.ถล่ม พุ่ง 86 ราย เร่งค้นหาอีก 14 คน
- ยอดผู้เสียชีวิตตึก สตง. ถล่มพุ่ง 65 ราย กทม.เผยยังค้นหาอีก 29 ราย
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์
