อย่ารอให้ตึกถล่ม! 5 สัญญาณอันตราย ที่อาคารกำลังจะพัง

Share on Line Share on Facebook Share on X
อย่ารอให้ตึกถล่ม! 5 สัญญาณอันตราย  ที่อาคารกำลังจะพัง

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับสัญญาณเตือนก่อน อาคารเก่าถล่ม!

เหตุการณ์แผ่นปูนกันสาดชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์เก่าแก่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ทรุดตัวพังถล่มลงมาทับเส้นทางสัญจรด้านล่าง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและย่านการค้าที่มีประชาชนสัญจรอยู่ตลอดเวลา

ในความเป็นจริง อาคารที่กำลังเสื่อมสภาพหรือมีความเสี่ยงต่อการพังถล่ม มักจะแสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้สังเกตได้ก่อนเกิดเหตุเสมอ เนื่องจากโครงสร้างเริ่มสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก และค่อย ๆ แสดงความเสียหายออกมาทีละน้อย หากประชาชนสามารถสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ได้ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียได้

สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ เผยอาคารเก่าที่เสี่ยง “พังถล่ม” มักมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่น รอยร้าวขนาดใหญ่ที่ขยายตัว พื้นหรือเพดานแอ่นเอียง ผนังบวม คอนกรีตแตกร่อน และมีน้ำรั่วซึมสะสมนอกจากนี้ หากประตูหน้าต่างเริ่มเปิดปิดยากผิดปกติ หรือได้ยินเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดและเสียงแตกหักจากโครงสร้างภายใน อาจบ่งชี้ว่าอาคารกำลังสูญเสียความแข็งแรง หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบหลีกเลี่ยงพื้นที่และแจ้งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันความสูญเสียจากเหตุอาคารพังถล่ม

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับสัญญาณเตือนก่อน อาคารเก่าถล่ม!

เหตุการณ์แผ่นปูนกันสาดชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์เก่าแก่บริเวณถนนพระราม 4 ใกล้แยกหมอมี ทรุดตัวพังถล่มลงมาทับเส้นทางสัญจรด้านล่าง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารเก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและย่านการค้าที่มีประชาชนสัญจรอยู่ตลอดเวลา

ในความเป็นจริง อาคารที่กำลังเสื่อมสภาพหรือมีความเสี่ยงต่อการพังถล่ม มักจะแสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้สังเกตได้ก่อนเกิดเหตุเสมอ เนื่องจากโครงสร้างเริ่มสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนัก และค่อย ๆ แสดงความเสียหายออกมาทีละน้อย หากประชาชนสามารถสังเกตความผิดปกติเหล่านี้ได้ ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียได้

สัญญาณเตือนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ รอยร้าวบนโครงสร้าง โดยเฉพาะรอยร้าวที่มีความกว้างมากกว่า 3 มิลลิเมตร หรือรอยร้าวแนวเฉียงและแนวนอนบนเสา คาน และผนังรับน้ำหนัก ซึ่งมักจะขยายตัวและลึกขึ้นตามกาลเวลา นอกจากนี้ หากประตูหรือหน้าต่างที่เคยใช้งานได้ตามปกติเริ่มเปิดปิดยากผิดสังเกต อาจเป็นสัญญาณว่าผนังหรือฐานรากของอาคารกำลังทรุดตัวจนเกิดการบิดเบี้ยวของโครงสร้าง

อีกหนึ่งสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม คือ พื้นหรือเพดานที่เริ่มแอ่นตัวและลาดเอียงจากเดิมที่เคยราบเรียบ รวมถึงผนังหรือเสาคอนกรีตที่มีลักษณะปูดบวม เอียง คอนกรีตแตกร่อนจนเห็นเหล็กเส้นภายใน หรือพบสนิมกัดกร่อนอย่างชัดเจน ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าโครงสร้างกำลังเสื่อมสภาพและอาจสูญเสียความแข็งแรง

ขณะเดียวกัน ความชื้นและน้ำรั่วซึมสะสมเป็นเวลานานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เร่งให้อาคารเสื่อมสภาพ เพราะน้ำสามารถซึมเข้าไปทำลายเนื้อปูนและทำให้เหล็กเสริมภายในเกิดสนิม เมื่อสนิมขยายตัวจะดันให้คอนกรีตแตกร้าวและหลุดร่อนออกมาได้

นอกจากสัญญาณที่มองเห็นได้แล้ว อาคารที่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตยังอาจส่งสัญญาณผ่านเสียงผิดปกติ เช่น เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีของโครงสร้างภายใน หรือเสียงดังเปรี้ยะคล้ายวัสดุแตกหัก ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าส่วนประกอบสำคัญของอาคารอาจกำลังรับน้ำหนักเกินขีดจำกัดและเริ่มเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง

หากพบสัญญาณเหล่านี้ โดยเฉพาะรอยร้าวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาคารเอียงผิดปกติ หรือมีเสียงลั่นจากโครงสร้าง ควรรีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นหรือวิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจสอบโดยด่วน เพราะการสังเกตความผิดปกติเพียงเล็กน้อยและดำเนินการอย่างทันท่วงที อาจช่วยป้องกันเหตุสลดและรักษาชีวิตผู้คนได้ก่อนที่อาคารจะพังถล่มลงมา

ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์

แท็กบทความ

อาคารเก่าถล่ม
ตึกถล่ม
ย่านเมืองเก่า
ชุมชนกรุงเทพมหานคร
โครงสร้างตึก