กรมชลฯ รับมือ “เอลนีโญ” มั่นใจน้ำเพียงพอใช้

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรมชลฯ รับมือ “เอลนีโญ” มั่นใจน้ำเพียงพอใช้

กรมชลประทานเฝ้าติดตามสถานการณ์เอลนีโญ ใกล้ชิด  โดยอาจจะพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง หรือ ซูเปอร์เอลนีโญ ในช่วงปลายปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570  โดยข้อมูลฝนปัจจุบันสะท้อนสัญญาณดังกล่าว โดยปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 16  ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 56  เทียบกับปี 2568 ที่ ร้อยละ 57  โดยวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีน้ำน้อยกว่าปี 2568 ประมาณ 169 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่กรมชลประทานยืนยันว่าปริมาณน้ำยังเพียงพอสำหรับการจัดสรรน้ำในฤดูฝนนี้ และมีการวางแผนต่อเนื่องไปถึงปลายปีและฤดูฝนถัดไป เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2569 ยังมีน้ำมากกว่าปี 2568 ประมาณ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร เขตชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยายังมีน้ำเพียงพอใช้

สรุปข่าว

กรมชลประทาน เฝ้าระวังสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด มั่นใจน้ำเพียงพอใช้ ส่วนปี 2570 คาดว่าปริมาณจะลดลงประมาณร้อยละ 8 จากสถานการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนตกน้อย ได้เตรียมแผนเสนองบประมาณในการเพิ่มแหล่งน้ำ และปรับปรุงระบบชลประทานรวมถึงสร้างจิตสำนึกการใช้น้ำในทุกภาคส่วน

กรมชลประทานเฝ้าติดตามสถานการณ์เอลนีโญ ใกล้ชิด  โดยอาจจะพัฒนาเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง หรือ ซูเปอร์เอลนีโญ ในช่วงปลายปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570  โดยข้อมูลฝนปัจจุบันสะท้อนสัญญาณดังกล่าว โดยปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 16  ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 56  เทียบกับปี 2568 ที่ ร้อยละ 57  โดยวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีน้ำน้อยกว่าปี 2568 ประมาณ 169 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่กรมชลประทานยืนยันว่าปริมาณน้ำยังเพียงพอสำหรับการจัดสรรน้ำในฤดูฝนนี้ และมีการวางแผนต่อเนื่องไปถึงปลายปีและฤดูฝนถัดไป เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2569 ยังมีน้ำมากกว่าปี 2568 ประมาณ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร เขตชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยายังมีน้ำเพียงพอใช้

กรมชลประทานประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ว่า จะมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณร้อยละ 74   เทียบกับปี 2568 ที่มีฝนตกมากและมีน้ำอยู่ร้อยละ 88  โดยคาดว่าจะมีน้ำใช้การประมาณ 32,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่แผนการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ 20,500 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับปี 2570 กรมชลประทานคาดว่าจะมีน้ำลดลงประมาณร้อยละ 8   แต่กรมชลประทานประเมินว่ายังสามารถบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ชลประทานได้โดยไม่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง

ส่วนงบประมาณสำหรับปี 2570 กรมชลประทานเสนอคำของบประมาณไว้ 175,000 ล้านบาท ในการเพิ่มแหล่งน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน และสร้างจิตสำนึกการใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน เกษตรกร นักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม 

กรมชลประทานเสนอว่าประเทศไทยควรมีศูนย์ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและระบบคาดการณ์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้ประชาชน ภาครัฐ และทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องรับมือเอลนีโญ หรือเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และนำเทคโนโลยีมาช่วยพยากรณ์ และช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพได้

ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน