โลกร้อนซ้ำเติมวิกฤต! “อุรังอุตังตาปานูลี” ตาย 58 ตัว หลังน้ำท่วมใหญ่ในอินโดนีเซีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนซ้ำเติมวิกฤต! “อุรังอุตังตาปานูลี” ตาย 58 ตัว หลังน้ำท่วมใหญ่ในอินโดนีเซีย

ภัยพิบัติน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดจากพายุไซโคลนซึ่งพัดถล่มอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่เพียงคร่าชีวิตประชาชนกว่า 1,200 ราย และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนมากกว่า 300,000 หลังเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสัตว์ป่าหายาก โดยมีรายงานว่า “อุรังอุตังตาปานูลี” (Tapanuli orangutan) อย่างน้อย 58 ตัว เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

รายงานระบุว่า อุรังอุตังที่ตายทั้งหมดอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบป่าบาตัง โตรู (Batang Toru) ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยแห่งสุดท้ายของอุรังอุตังตาปานูลี หนึ่งในลิงใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันเหลือประชากรในธรรมชาติเพียงราว 800 ตัวเท่านั้น

สรุปข่าว

จากภัยพิบัติน้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่ในอินโดนีเซียที่คร่าชีวิตผู้คนกว่าพันราย ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงผืนป่าและสัตว์ป่าหายาก เมื่อการศึกษาล่าสุดพบว่า “อุรังอุตังตาปานูลี” หนึ่งในลิงใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างน้อย 58 ตัว สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการอยู่รอดของสัตว์ป่าชนิดสำคัญของโลกอย่างน่ากังวล

ภัยพิบัติน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดจากพายุไซโคลนซึ่งพัดถล่มอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่เพียงคร่าชีวิตประชาชนกว่า 1,200 ราย และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนมากกว่า 300,000 หลังเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสัตว์ป่าหายาก โดยมีรายงานว่า “อุรังอุตังตาปานูลี” (Tapanuli orangutan) อย่างน้อย 58 ตัว เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

รายงานระบุว่า อุรังอุตังที่ตายทั้งหมดอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบป่าบาตัง โตรู (Batang Toru) ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยแห่งสุดท้ายของอุรังอุตังตาปานูลี หนึ่งในลิงใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันเหลือประชากรในธรรมชาติเพียงราว 800 ตัวเท่านั้น

นักวิจัยเตือนว่าตัวเลขการตายที่รายงานอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการสำรวจครอบคลุมเพียงบางส่วนของพื้นที่ป่า ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ายังมีอุรังอุตังอีกจำนวนหนึ่งที่สูญหายหรือเสียชีวิตโดยไม่ถูกบันทึก

ผลการศึกษาชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์มีส่วนทำให้ฝนตกหนักบริเวณช่องแคบมะละกามีความรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น ส่งผลให้ถิ่นอาศัยของอุรังอุตังตาปานูลีเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินถล่มมากขึ้น ขณะที่การตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบล่า และอัตราการขยายพันธุ์ที่ต่ำ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง

นักอนุรักษ์ระบุว่า อุรังอุตังเพศเมียจะให้กำเนิดลูกเฉลี่ยเพียง 1 ตัวในทุก 7 ปี ทำให้การฟื้นตัวของประชากรเป็นไปอย่างเชื่องช้า และมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ซึ่งอาจผลักดันให้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้เข้าใกล้การสูญพันธุ์มากยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ